ชมการทำหยกที่แม่สาย

พาชมร้านทำหยกที่แม่สาย ที่แม่สายจังหวัดเชียงราย เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่มี ผลิตภัณฑ์จากหยกขายกันเยอะ และมีหลายๆร้าน ครั้งนี้ได้มีโอกาสมาดูให้เห็นกับตาซิว่า มันน่าสนใจหรือไม่อย่างไร เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งที่ชอบและไม่ชอบแน่นอน เพราะมีไกด์หรือบริษัททัวร์ชอบพามาดู แล้วมันดีหรือเปล่าไปดูกัน แต่ต้องยอมรับว่า หยกเป็นหินที่มีความพิเศษและน่าทึ่งอยู่ไม่น้อย และเสียดายที่ประเทศเราไม่มีแหล่งหยกเป็นของตัวเอง 

ร้านที่เราเข้าไปดูนี้ ชื่อว่า "มัณฑเลย์" อยู่ที่แม่สาย ใกล้กับด่านตรงแม่สายเลยครับเขาเป็นโรงงานทำหยก ที่มีโชวรูมและโรงงานอยู่ใกล้กัน เดินเข้าไปชมที่โรงงานเพื่อเรียนรู้จักหยกกันก่อน ว่ามันเป็นเช่นไร คนของทางร้านก็มาเล่าให้พวกเราฟังถึงที่มาที่ไปและวิธีการดูหยกว่าดูยังไง แบบไหนที่เรียกว่าแพง 


ภายในโรงงานหยก

หยกดีที่สุดคือหยกจักรพรรดิ์ มันจะมีสีเขียวใส และเขาเรียกสีลักษณะนั้นว่าหยกจักรพรรดิ์ มีความเชื่อเกี่ยวกับหยกด้วยครับว่า สีเขียวคือโชคดี ส่วนหยกสีขาวหมายถึงอายุยืน 

ยิ่งสีเขียวอ่อนมรกตยิ่งมีราคาแพง ยิ่งเขียวยิ่งใส ราคายิ่งแพง บางครั้งความเขียวได้ความใสไม่ไดด้ก็เหมือนเพชรน้ำไม่งาม 

เมื่อเรามองภายนอกหยกก็เหมือนก้อนหินธรรมดา แต่สิ่งที่แตกต่างคือ หยกจะแข็งและหนักกว่าหินตามธรรมชาติ และก็จะเย็นกว่ามาก ในหยกหนึ่งก้อนสามารถมีได้หลายสี ช่างเขาก็จะนำมาสกัดเอาบางส่วนของหิน บางส่วนที่เป็นเนื้อสีที่ต้องการออกมาแกะสลักทำเป็นรุปร่างต่างๆขายให้กับนักท่องเที่ยว 


เจ้าหน้าที่ร้านมาบรรยายให้ฟังถึงเรื่องราวเกี่ยวกับหยก

และหยกพวกนี้มาจากไหนกัน ทางร้านบอกมาว่า มันมาจาก2แหล่งในตอนนี้ ก็คือ หยกจะมีมากทางตอนเหนือของพม่า และหยกที่มาจากประเทศจีน ความแตกต่างของ2ที่นี้ก็คือ หยกจากพม่าจะมีความแข็งกว่า ส่วนหยกจากจีนจะเป็นหยกอ่อน 

ความแข็งของหยกโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 7 โมห์สเกล (Mohs Scale) ถ้าเปรียบเทียบกับเพชร เพชรจะมีความแข็งระดับสูงสุดที่ 10 โมห์สเกล (Mohs Scale) ทับทิมกับไพลิน จะมีความแข็งอยู่ที่ 9 โมห์สเกล (ทับทิมราคาแพงกว่าไพลืน เพราะทับทิมมีแต่งสีแดง แต่ไพลินมีหลายสี อย่างไพลินสีเหลืองเรียกอีชื่อว่า "บุษราคัม") 

หยกพม่าจะแตกต่างจากหยกจากเมืองจีนซึ่งจะของเมืองจีนจะอ่อนกว่าจะมีความแข็งประมาณ 5-6 โมห์สเกล หยก


หินที่วางอยู่ตรงนี้คือหยกนะครับ ไว้เป็นหินตัวอย่างให้ศึกษา ว่าหยกมีลักษณะอย่างไร ดูภายนอกเหมือนก้อนหินธรรมดา แต่จะหนักและเย็นกว่า


เปรียบเทียบสีให้ดูว่าสีไหนมีราคาแพง


พอขัดเงาก็จะเห็นความใสของหยกมากขึ้น


หยกหนึ่งก้อนอาจจะมีหลายสี แต่สีเขียวใสคือส่วนที่แพง




ก้อนนี้ราคาแพงสุดในบรรดาทุกก้อนเนื่องจาก เนื้อหยกมีสีเขียวและใสมาก

ราคาหยกส่วนมากก็จะขึ้นอยู่ที่สีและความใส หยกคุณภาพกลางๆนี้ส่วนใหญ่เขาก็จะนำมาทำจำพวกแกะสลัก บางส่วนทำจิวลี่ 

ส่วนก้อนหินที่วางอยู่ตรงหน้าเราเป็นหยกครับ ทางร้านเอามาตั้งโชว์ให้ดู แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าหนก้อนไหนเป็นหยกสงสัยกันมั๊ย …อย่างแรก คือความหนัก ที่จะหนักกว่าหินทั่วไป และจะมีความเย็นด้วย และมีคุณสมบัตรพิเศษอีกอย่างคือหยกจะมีความเหนียวคือไม่เปราะแตกง่าย เวลาผ่าหินออกมาเราจะยังไม่เห็นสีของเขาชัดนักจะต้องมีการขัดเงา จะเห็นบางก้อนที่มีการจับหรือขัดพื้นผิวภายนอกแบบไม่ได้ผ่าก็สามารถตรวจสอบความใสและสีได้เช่นกัน   


ลองสัมผัสกันดูได้


ที่นี่เป็นโรงงานทำหยก


กำลังแกะสลักหยกกันอยู่ในโรงงาน


ตอนนี้พม่าไม่ส่งออกหยกแล้วนะครับ ที่เราเห็นนี้ซื้อมานานแล้วครับ ใครสนใจก็ลองซื้อหากันดู ตอนนี้เราก็รู้จักวิธีดูหยกกันแล้วนะครับ ว่ายิ่งสีเขียวยิ่งใสยิ่งแพง 

สนใจไปดูกันได้ มีหลายร้านที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
แผนที่ จุดA แสดงที่ตั้ง: 
[gmap markers=letters::20.443227339885485,99.88140392310015 |zoom=15 |center=20.445149486458057,99.88091468811035 |width=600px |height=450px |control=Micro |type=Map]
ขอบคุณ: 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel