หมอกหนาวหน้าฝนที่ภูเรือ

ข้อดีของการเที่ยวยอดดอยในช่วงฤดูฝน คือ การได้ชมหมอกสวยๆ และโอกาสที่จะได้เห็นรุ้งกินน้ำหลังฝนตก แต่ทริปนี้เราขึ้นมายอดภูเรือ เพื่อหวังจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ถึงแม้ไท้เห็นดวงอาทิตย์เราก็ได้เห็นหมอกสวยๆบนยอดภูเรืออย่างแน่นอนล่ะนะ 



ตื่นกันตั้งแต่ตี4ครึ่งครับ เพื่อจัดการล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำไม่ต้องพูดถึง ไว้ลงมาจากภูเรือก่อนค่อยจัดการตัวเอง นัดกันว่าจะต้องไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นนั้หมายถึงการขึ้นดอยตั้งแต่ตี5 แม้ว่าระยะทางจากรีสอร์ที่เราพักขึ้นไปถึงยอดภูเรือจะไม่ถึง 20 กิโลเมตรก็ตาม (ระยะทางจาก อ.ภูเรือ แยกจากถนนใหญ่ ขึ้นไปถึงยอดดอยภุเรือระยะทางประมาณ 9.5 กิโลเมตร) 

ไม่ใช่แค่เราที่ตื่นแต่เช้า เจ้าหน้าที่อุทยานก็มารอจำหน่ายบัตรเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือให้เราตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยเช่นกัน และก็ไม่ใช่รถเราคันแรกที่มาถึงอุทยานในวันนี้ มีคนมาก่อนเราด้วย ตื่นเช้ากว่าอีก 

ค่าเข้าอุทยานที่นี้ คนล่ะ 40 บาทครับ จากจุดนี้เรายังสามารถขับรถขึ้นเขาไปได้อีก เรื่อยๆ จนใกล้ถึงยอดภูเรือ ระยะทาง 900 เมตรสุดท้าย เขาจะมีด่านตรวจ และให้เราจอดรถที่ลานจอดรถไว้เพื่อความสะดวก จากนั้นเขาจะให้เราใช้บริการรถสองแถวขึ้นไปที่ยอดภูเรือ จากจุดนี้เราก็เริ่มเห็น หมอกหนาที่ปกคลุมไปทั่วแล้วล่ะครับ แม้ว่าเวลาที่เรามาเยือนนั้นจะยังไม่มีแสงสว่างมากนัก 



เมื่อรถมาถึงยอดภูเรือก็จะส่งเราลง แล้วเขาก็จะวนไปรับคระใหม่ขึ้นมาบนเขา เราอยากลงเมื่อไหร่อก็ไปรอรถที่เดิม หรือเลืกที่จะเดินก้ไม่ว่ากัน แค่ 900 เมตรเท่านั้นเอง อุทยานก้เข้าใจตั้งด่านนะ ไม่ถึงกิโล ให้เป็นกำลังใจพอเดินได้ 










ดูยังมืดๆอยู่เลยครับตอนมาถึงยอดภูเรือ ทันเวลาพระอาทิตย์ขึ้นแน่นอนแต่ว่าจะเห็นหรือหมอกหนามาก

ที่ยอดภูเรือ วันนี้มีหมอกหนาเต็มไปหมดเลยครับ เราถ่ายภาพป้ายยอดภูเรือไว้เป็นที่ระลึกแล้วเราก็เดินเข้าไปในป่าสน มองหาดอกไม้ป่าถ่ายรูปกัน ป่าสนในบรรยากาศสายลมสายหมอกแบบนี้ให้ความรู้สึกลึกลับดีจังนะครับ น้ำค้างก็ลงจัดซะด้วย ที่ยอดหญ้า เห็นมีน้ำค้างเกาะอยู่เต็ม เชื่อว่า หน้าหนาว น้ำค้างพวกนี้คงได้กลายเป็นแม่คนิ้งแน่นอน จุดนี้บนยอดภูเรือสูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล 


ยอดภูเรือสูงจากระดับน้ำทะเล 1,365 เมตร




จุดนี้ล่ะครับยอดภูเรือ

เราเจอดอกเปราะภู กำลังบานสวยงามในป่าสน แล้วก็ดอกไม้บนลานหินอีกหลายชนิด ที่ที่ผมชอบมากคงจะเป็นความสวยงามเวลาเราเห็นหมอกถูกพัดไปมาเหนือยอดสน สวยดีจัง ทำให้ผมยืนดูหมอกที่ริมหน้าผาอยู่พักใหญ่ แล้วก็ต้องหลบเข้ามาในศาลาริมผาเพราะรู้สึกว่าหัวเปียกซะแล้ว อุณหภูมิบนยอดภูนี้ น่าจะประมาณ​ที่ 15-18 องศาเห็นจะได้ บวกกับลมที่พัดแรงอากาศชื้น ต้องระมัดระวังเดี๋ยวจะป่วยเอาได้ ดีที่ผมมีเสื้อแจ๊คเก็ตที่กันลมและความหนาวได้พอสมควร รอดตัวไป แต่หัวนี้ซิเปียกเลยครับ กลับลงไปคงต้องสระผมแล้วล่ะ


ป่าสนบรรยากาศชวนลึกลับ


ดอกเปราะภูบานเป็นทุ่งเลยครับจุดนี้




น้ำค้างบนยอดหญ้า


ทิวทัศน์ป่าสนบนยอดภูเรือ








นักท่องเที่ยวเริ่มมากันมากขึ้นแล้ว




ถนนทางขึ้นเขามาสู่ยอดภูเรือ หมอกลงหนาทึบ


พามาดูวิวริมหน้าผายอดภูเรือกันดีกว่า






หินพระศิวะบนยอดภูเรือ


มีกุหลาบพันปีสีชมพูบนยอดภูเรือ


รถขึ้นมารับส่งนักท่องเที่ยว

ตอนลงจากยอดดอย ผมตัดสินใจเดินลงไปที่ลานจอดรถครับ เพราะเห็นว่าระยะไม่ไกล แล้วก็ไม่อยากรอรถ เดินไปเรื่อยๆ ชมวิวข้างทางไปด้วย ก็ใช้เวลาไม่นานเดินฝ่าสายหมอกลงมาได้ ถึงด่านตรวจก็รอพรรคพวกที่บริเวณนั้น ค่อยลงเขาพร้อมกัน 


ด่านตรวจ จุดจอดรถ ผมรอเพื่อนที่จุดนี้ล่ะครับ


ใกล้ๆนี้ยังมีหน้าผาโหลนน้อยอีก แต่ตัดสินใจไม่เดินไป เพราะคงไม่เห็นบรรยากาศที่หน้าผาเป็นแน่ รอทุกคนก่อนดีกว่า


ขากลับลงจากเขาแวะจุดชมวิวเดโช 


จากจุดชมวิวเดโช ภูเรือ

มาเที่ยวหน้าฝนนี้ก็สวยไปอีกแบบนะครับ ได้อากาศหนาวๆด้วย ชอบจังเลย หมอกหนาวที่ภูเรือ 

แผนที่ 
จุด A แสดงที่ตั้งของยอดภูเรือ




 
จังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel