ชมหอเครื่องทองไทย ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) อยุธยา

ชมหอเครื่องทองไทย ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) อยุธยา
เป็นโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้ และได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ได้เห็นเครื่องทองของไทย ที่งดงาม วิจิตตระการตา ด้วยความงามที่หายาก ลวดลายที่สวยงามจากช่างทองไทยหลายตระกูล ผ่านยุคผ่านสมัยมาจนกลายเป็นลวดลายเฉพาะที่น่าชมมาก เห็นแล้วสวยจริงๆ ไปดุกันได้ที่ ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร นั้นแหละครับ อยุธยา เขาเปิดให้เขาชมฟรีทุกวัน

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ002ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ008ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ006

ภายใน ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน)  จะเป็นเหมือนศูนย์รวบรวมองค์ความรู้ด้านงานหัตถกรรมไทย และงานศิลปชีพ ในด้านการเผยแพร่และรวบรวมองค์ความรู้ โดยมีด้วยกันทั้งหมด4หอ หอหัถศิลปผ้าไทย หอศิลปาชีพ หอหัตถกรรมอาเซียน และก็หอเครื่องทองไทย

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ011ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ012ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ018

ในส่วนหอเครื่องทอง เราได้ชม ความเป็นมาของงานศิลปะเครื่องทองของไทย ตั้งแต่เริ่มแรกมา ความเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องระหว่างทองกับชีวิตของคนไทยมีมากมาย เรียกว่าไม่เคยขาดกัน

รวมเครื่องทองโบราณ ลวดลายต่างๆไว้มากมาย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ด้านเครื่องทองของไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และให้คนที่ทำงานด้านทอง หรือผู้สนใจ ได้เห็นรูปแบบเก่าๆ เพื่อได้เป็นแรงบันดาลใจในงานออกแบบเครื่องทองต่อไป

ในส่วนแรกที่เราจะได้เรียนรู้คือ "ทองหมุนรอบตัวเรา" เราจะได้เห็นว่าทองอยู่ในสังคมไทย และอยู่รอบตัวเรามาช้านานแล้ว โดยคนไทยก็จะมีขนบที่เกี่ยวกับทองอยู่เยอะ เช่นการตั้งชื่อลูกด้วยทอง การตั้งชื่อขนม หรืออยู่ในคำสุภาษิตไทย ในงานวรรณกรรม หัตถกรรม อย่างผ้าไหมยกทองซึ่งมีใช้ตั้งแต่รัชกาลที่8

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ029ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ025ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ027ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ023

ส่วนถัดไป เราจะได้พบกับลักษณะทางกายภาพของทอง เราจะได้เรียนรู้จักทองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดหลอมเหลวของมัน อยู่ในอุณหภูมิที่เท่าไหร่ ลักษณะทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เป็นอย่างไร ทองในอัตราแลกเปลี่ยนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หรือมาตราเกี่ยวกับทองทั้งหลาย ยังรวมถึงเราจะได้รู้จักคำศัพท์ เกี่ยวกับทองอีกมากมาย

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ019ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ021

และการทำทองการขึ้นชิ้นงานอย่างไร อุปกรณ์การทำทอง ของช่างทองเป็นอย่างไร แหล่งกำเนิดทองของไทยมาจากไหนบ้าง

งานทองของแต่ล่ะสกุลช่างของไทย ก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน แบ่งออกเป็น 3สกุลช่าง หลักๆ สกุลช่างทองเมืองเพชร สกุลช่างถมนคร สกุลช่างทองสุโขทัย ที่มีเอกลักศณ์การออกแบบที่สวยงามแตกต่างกัน

"สกุลช่างทองสุโขทัย" หรือที่เรียกกันว่าทองรูปพรรณศรีสัชนาลัย มีชื่อเสียงจากลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นงานที่ทำขึ้นจากทองบริสุทธิ์ 99.99% ลอกเลียนจากเครื่องเงินเครื่องทองโบราณ อาศัยเครื่องมือการผลิตแบบพื้นบ้านของชาวตำบลท่าชัย และตำบลศรีสัชนาลัย อาทิ ลายพฤกษา ลายสิงสาราสัตว์ ไปจนถึงลายที่เกิดจากจินตนาการและเลียนแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ลายเทค ที่ได้จากจินตนาการจากดวงไฟตามดิสโก้เทค ลายหัวใจ ลายเสื่อ ฯลฯ

"สกุลช่างทองเมืองเพชร" เป็นการสืบทอดทักษะเชิงช่างจากสมัยอยุธยา โดยพัฒนาต่อยอดจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายที่ได้รับความนิยมอย่างเช่น ลายดอกพิกุล ดอกมะลิ ก้านบัว ประจำยาม ลูกสน สมอเกลียว ฯลฯ ส่วนใหญ่นิยมทำเครื่องประดับประเภทสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ตุ้มหู ฯลฯ

"สกุลช่างถมนคร" สมัยก่อนถือเป็นของสูง เพราะเป็นเครื่องราชูปโภคของกษัตริย์ และใช้เป็นเครื่องบรรณาการแด่กษัตริย์ต่างชาติ โดยเฉพาะเครื่อง 'ถมทอง' ซึ่งก็คือเครื่องถมเงิน แต่ใช้น้ำปรอทที่มีทองคำเคลือบบนลวดลายทั้งหมด นิยมใช้ทำภาชนะหรือเครื่องประดับที่มีลายทองมากๆ บนพื้นสีดำ ส่วน 'ถมตะทอง' เป็นเครื่องถมเงิน แต่มีการนำน้ำปรอทที่มีทองคำบริสุทธิ์ละลายผสมอยู่ไปใน 'ตะ' ซึ่งหมายถึงการ แต้ม แตะ หรือทา ทับลงบนลวดลายที่เป็นเส้นเงิน เฉพาะตรงที่ต้องการให้เป็นสีทองเท่านั้น ทำให้ได้ลวดลายสีทองสลับเงิน

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ033ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ026ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ024
งานที่ต้องมาดูก็เช่น กระดุม หรือ ดอกบัวสัตตบงกช ที่เป็นงานทองที่ทำยากมากๆ เป็นงานละเอียด


ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ010ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ009ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ038
ชิ้นงานน่าสนใจอีกชิ้นก็เช่น แหวนแลกำไลพิรอด ซึ่งในสมัยโบราณ พิรอด คือแหวนเครื่องรางถักด้วยผ้ายันต์ หรือสายสิญจน์ เชื่อกันว่าทำให้แคล้วคลาดจากโชคร้าย แหวนพิรอดประดับพลอยนิยมฝังทองนพเก้า และลงยาสีแดงกับเขียว ซึ่งอัญมณีเก้าชนิดนี้ ก็เป็นคติความเชื่อแบบพราหมณ์ ว่าจะนำศิริมงคลมาให้ผู้เป็นเจ้าของ สมัยก่อนจึงนิยมสำหรับออกรบ เป็นเรื่องรางแห่งชัยชนะ

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ036ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ035
ปะวะหล่ำ เป็นเครื่องประดับชุดปะวะหล่ำ เป้นงานที่ได้รับอิทธิพลจากชาวจีน โดยมีความเชื่อว่า โคมไฟที่ให้ความสว่างไสว เปรียบประดุจสัญลักษณ์ แห่งความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง ปะวะหล่ำมีลักษณะเด่นที่รูปทรง มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกโปร่งหกเหลี่ยม ในยุครัตนโกสินทร์เริ่มมีการประดับตกแต่งด้วยอัญมณี

ใครสนใจเข้าชมได้ทุกวันครับ แต่จะมีวันพิเศษ อยู่บางวันที่ทางหอจะจัดงานพิเศษขึ้น ก็มีจัดไปแล้วบ้างตามข้อมูลด้านล่างนี้ครับ

ครั้งที่1 วันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2552
    History of Gold เครื่องทองไทยโบราณ อดีตกาลที่ต้องจารึก
ครั้งที่2 วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2552
    Today’s Gold Trend เครื่องทองไทยวันนี้
ครั้งที่3 วันที่ 14-15 มกราคม 2552
    Thai Gold : The Future and Beyound เครื่องทองกับอนาคตที่ยิ่งใหญ่

ภายในงานนิทรรศการ
  • การแสดงเครื่องทองไทยโบราณจากสกุลช่างต่างๆ และศิลปินแผ่นดินทอง
  • การเสวนาพิเศษจากมหาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
  • การสาธิต และจำหน่ายเครื่องทองจากกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง
  • การแสดงดนตรีไทย และนาฏศิลป์
  • ร่วมชิมขนมไทยโบราณสาธิต และเครื่องดื่มสมุนไพร
(ฟรีตลอดงาน)

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ037ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ032ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภาพ028

หากสนใจเพียงการชมวิ้นงานก็ไปได้ทุกวันครับ

หอเครื่องทองไทยนั้น อยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ขนาด 460 ตารางเมตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หอเครื่องทองไทยเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.
สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมโทร. (035) 367 054 ต่อ 1386 คุณพัชรวรรณ
www.sacict.net


ติดต่อ: 

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมโทร. (035) 367 054 ต่อ 1386 คุณพัชรวรรณ
www.sacict.net

สถานที่ตั้ง: 

อยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ขนาด 460 ตารางเมตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::14.194954988928306,100.56026458740234 |zoom=15 |center=14.191543352606013,100.55940628051758 |width=600px |height=400px |control=Large |type=Hybrid]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel