หมู่บ้านญี่ปุ่น (ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา)

หมู่บ้านญี่ปุ่น (ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา)
หมู่บ้านญี่ปุ่น เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อยุธยา สมัยที่อยุธยารุ่งเรื่องถึงขีดสุด มีกรค้าขายกับนานาชาติ หลายประเทศรวมั้งญี่ปุ่น จนเป็นชุมชนญี่ปุ่นเกิดขึ้นในไทย ยามาดะ นางามาซะ หรือ ออกญาเสนาภิมุข ผู้นำและหัวหน้าหมู่บ้านญี่ปุนสมัยนั้น ได้ตั้งกองอาสาญี่ปุ่นขึ้น และ่วยปราบกบฎ จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นถึงเจ้าเมือง นครศรีธรรมราช ...ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา แห่งนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย และรอบบริเวณยังจัดเป็นสวนแบบญี่ปุ่น เพื่อระลึกถึงชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นด้วย

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา จัดตั้งขึ้นตามโครงการที่นักวิชาการไทย และนักวิชาการญี่ปุ่น ปรับขยายมาจากข้อเสนอเดิมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเคยเสนอปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่น มาเป็นการเสนอให้จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสถาบันวิจัย และพิพิธภัณฑสถาน เกี่ยวกับราชอาณาจักรอยุธยาโดยรวม

ป้ายหน้าหมู่บ้านแผนที่ทางอากาศหน้าหมู่บ้านญี่ปุ่น

และได้รับงบประมาณช่วยเหลือแบบให้เปล่า จากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเงิน ๙๙๙ ล้านเยน (๑๗๐ ล้านบาท) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในพระบรมราชวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๐ พรรษา และเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาส ที่มิตรภาพระหว่างประเทศญี่ปุ่น กับราชอาณาจักรไทยได้สถาพรยืนนานมาครบ ๑๐๐ ปี

    ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแห่งนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนอาคารหลัก ตั้งอยู่ที่ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นอาคาร ๒ ชั้น มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นบน และ อีกส่วนคือส่วนอาคารผนวก ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนในบริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่น

ไหที่ค้าขายกันสมัยนั้นภายในศูนย์ศึกษาอยุธยามีหนังที่ขายให้ญี่ปุ่น ไปทำเสื้อเกราะ

พิพิธภัณฑ์ของศูนย์แห่งนี้ มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นคือ การพยายามสร้างภาพชีวิต สังคม วัฒนธรรมในอดีตให้กลับมามีชีวิตขึ้นใหม่ด้วยข้อมูลการวิจัย (Researched based Reconstruction) โดยการนำเทคโนโลยี ของการจัดพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ มาใช้จัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจชีวิตในอดีตได้ง่าย การจัดแสดงมีทั้งสิ้น ๕ หัวข้อ คือ อยุธยาในฐานะราชธานี อยุธยาในฐานะเมืองท่า อยุธยาในฐานะของศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการปกครอง

ความสัมพันธ์ของอยุธยากับนานาชาติและชีวิตชาวบ้านไทยสมัยก่อน ทั้งนี้นิทรรศการทุกอย่าง ที่นำมาแสดงในศูนย์ได้รับการตรวจสอบข้อมูลทางประวัติศาสตร์ อย่างละเอียดจากคณะอนุกรรมการ ด้านวิชาการของคณะกรรมการอำนวยการมาแล้ว

เส้นทางการค้าที่สยาม มีกับญี่ปุ่นเครื่องใช้ และสินค้าที่มีการค้าขายกับชาวญี่ปุ่นเรือสยามไปถึงญี่ปุ่น

สวนภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นลักษณะเรือไทยชนชาติต่างๆในอยุธยา

เกี่ยวกับหมู่บ้านญี่ปุ่น

จารึกถึงความเป็นมาชุมชนชาวญี่ปุ่นใอยุธยาน่าจะมีขึ้นในสมัยพระนเรศวร ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าเรือสำเภาญี่ปุ่นที่ตั้งคลังสินค้า เพื่อรวบรวมสินค้าไว้คอยสำเภาจากญี่ปุ่นในฤดูกาลปีต่อไป เรือสำเภาของญี่ปุ่นที่ เดินทางมาทำการค้าในอุษาคเนย์นี้ ประมาณว่ามีขึ้นในราวปลายสมัยพระมหาธรรมราชา (พ.ศ.2132)

แต่ก่อนหน้านี้สยามกับญี่ปุ่นต่างติดต่อ ทำการค้าระหว่างกันโดยมีอาณาจักรริวกิว หรือปัจจุบันคือ หมู่เกาะโอกินาวา เป็นตัวแทนการค้า รวมทั้งตัวแทนการค้ากับจีนด้วย

บ้านญี่ปุ่นตั้งอยู่ฝั่งตะวันออก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนใต้ของเกาะเมือง ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำ เป็นบ้านโปรตุเกส ส่วนติดกับด้านเหนือมีคลองเล็กๆ คั่นเป็นบ้านอังกฤษ และบ้านฮอลันดา

ประมาณว่าในช่วงเฟื่องฟูทางการค้าอยุธยา-ญี่ปุ่นนั้น บ้านญี่ปุ่นมีประชากรอยู่ราว 1,000-1,500 คน แต่ด้วยปัจจัยที่ผู้นำชุมชนบ้านญี่ปุ่นซึ่งมีกำลังทหารเข้มแข็ง และยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในราชสำนักอยุธยาอย่างมาก

ดังนั้นเมื่อมรการเปลี่ยนกษัตริย์ และราชวงศ์ใหม่เป็นพระเจ้าปราสาททองเมื่อปี พ.ศ. 2172 ออกญาเสนาภิมุข หรือ ยามาดะ นางามาซะ เจ้ากรมอาสาญี่ปุ่นก็ได้รับคำสั่ง ให้ไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อปราบกบฎในหัวเมืองภาคใต้ ต่อมาพระเจ้าปราสาททองจึงส่งกองทหารทำลายล้าง บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาอย่างราบคาบ แต่ชาวญี่ปุ่นรู้ตัวล่วงหน้า จึงพากันลอบอพยพออกจากอยุธยาไปก่อนแล้ว

อาจารย์กำลังอธิบายประวัติความเป็นมารูปไม้กางเขน ที่พบที่บ้านโปรตุเกตเรือญี่ปุ่น

บ้านญี่่ปุ่นน่าจะมีประชากรลดลงตลอดเวลา ซึ่งปัจจัยคือการปิดประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นสมัยพระเจ้าปราสาททอง อันเนื่องมาจากญี่ปุ่นต้องการกีดกันคริสต์ศาสนา คำสั่งนี้ห้ามทั้งการทำการค้า กับภายนอก และห้ามคนญี่ปุ่นจากภายนอกกลับเข้าประเทศ

ชาวญี่ปุ่นในสมัยอยุธยายังคงมีบทบาท ในการค้าทางสำเภาต่อไป แต่เป็นการค้าในอาณาบริเวณจำกัด

สวนภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นสวนภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นโมเดลจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่น

มาไล่เรียงลำดับเหตุการณืเท่าที่มีบันทึกกัน ว่าเรารู้อะไรกันบ้าง

ปี ค.ศ.1570 หรือ พ.ศ.2133 : เท่าที่พบหลักฐานแล้ว น่าจะเป็นปีที่มีการส่งเรือสำเภาริวกิว ไปยังสยามเป็นครั้งสุดท้าย

ปี ค.ศ.1616 หรือ พ.ศ.2159 : ออกญาพระคลังเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ของสยาม ได้ส่งไม้กฤษณาพร้อมด้วยจดหมาย ถึง ไดเมียวมาเอดะ โทชิทสึเนะ เนื่องจากอยากได้ดาบญี่ปุ่น เมื่อถึงปีนี้หมู่บ้านญี่ปุ่นในอยุธยากำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ คิอิ คิวเอมอน ได้เป้นหัวหน้าหมู่บ้านจนถึงปี พ.ศ.2163 (ค.ศ. 1620)

ปี ค.ศ.1612 หรือ พ.ศ.2155 : ชาวญี่ปุ่นจำนวน 280คน ที่แาศัยในอยุธยาวางแผนบุกเข้าไปฆ่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ถึงในพระราชวังอยุธยา จากนั้นก็หลบหนีไปยังเพชรบุรี และในปีนี้ ยามาดะ นางามาซะ มาอยุธยา

ปี ค.ศ.1620 หรือ พ.ศ.2163 : ยามาดะ นางามซะ ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1621 หรือ พ.ศ.2164 : ฑูตสยามเดินทางไปเอโดะ (ปัจจุบันคือ โตเกียว) เพื่อนำพระราชสาส์นของ กษัตริย์สยามไปมอบให้โชกุนโตกุงาวะ ฮิเดทาดะ
ยามาดะ นางามาซะ มีจดหมายถึง โดอิ โทชิดะ และ ฮอนดะ มาซาสุมิ

ปี ค.ศ.1622 หรือ พ.ศ.2165 : หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น

ปี ค.ศ.1627 หรือ พ.ศ.2170 : บาทหลวงชาวโปรตุเกสจากมะละกา ทำพิธีศีลมหาสนิทให้แก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่น 400 คน ที่พำนักอยู่อาศัยในอยุธยา หมู่บ้านญี่ปุ่น ในช่วงที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดนั้น มีราวๆ 1,000 ถึง 1,500 คน ในจำนวนนี้สังกัด “กรมอาสาญี่ปุ่น” 800คน

ปี ค.ศ.1629 หรือ พ.ศ.2172 : ยามาดะ นางามาซะ ไปเป้นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ตอนใต้ของสยาม

ปี ค.ศ.1630 หรือ พ.ศ.2173 : ยามาดะ นางามาซะ ถึงแก่กรรม หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกเผาทำลาย

ปี ค.ศ.1659 หรือ พ.ศ.2202 : บาทหลวงนิกายเยซูอิต ที่ถูกส่งจากเอ้หมึงไปยังอยุธยานั้น ไปคอยให้กำลังใจแก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1662 หรือ พ.ศ.2205 : เดอ ลา โมเดอ ลองแบร์ ยาทหลวงฝรั่งเศส รายงานว่า ในอยุธยามีชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ อาศัยอยู่

ในอาคารขายสินค้าที่ระลึกด้านในขายสินค้าที่ระลึกหมู่บ้านญี่ปุ่นสวนภายในหมู่บ้านญี่ปุ่น

ยามาดะ นางามาซะ หรือ ออกญาเสนาภิมุข (เกิดใน จังหวัด ชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น) นับว่าเป็นผู้มีอำนาจ และเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินไทยมากที่สุด เหตุนี้จึงได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุข หลังจากที่พระเจ้าทรงธรรมเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ.1628 ยามาดะได้แสดงความจงรักภักดีต่อโอรส 2องค์ของพระเจ้าทรงธรรม ต่อมายามาดะ ได้เดินทางไปนครศรีธรรมราช ในฐานะเป็นผู้บัญชาการกองทหารอาสาสมัคร เพื่อปราบกบฎที่นั้น เมื่อปราบกบฎจนราบคาบแล้ว ยามาดะขึงได้รับการแต่งตั้ง เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช และเขาก้เสียชีวิตลงที่นั้น ในเดือนกันยายน ค.ศ.1630 (เสียชีวิตในปีถัดมา)

สวนภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นศาลเจ้าแบบญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมากับเพียบจารึกถึงความเป็นมา
ศาลเจ้าแบบญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมากับเพียบลงชื่อที่ระลึกไว้ศาลเจ้าแบบญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมากับเพียบ

ศูนย์แห่งนี้เปิดทำการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชมสำหรับเด็ก นักเรียนและนักศึกษา ในเครื่องแบบ ๕ บาท ประชาชนทั่วไป ๒๐ บาท นักเรียนต่างชาติ ๕๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๑๒๓   

นอกจากนี้ด้านหลัง ศูนย์ประดิษฐานพระราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอาคารท้องฟ้าจำลอง เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. มีบรรยายวันละ ๒ รอบ ๑๑.๐๐ น.และ ๑๔.๐๐ น.  ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท สอบถามรายละเอียดโทร ๐ ๓๕๓๒ ๒๐๗๖-๙  ต่อ ๕๐๑๑

เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนไทย ๒๐ บาท  การเดินทาง จากเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวซ้าย ทางไปอำเภอบางปะอินผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล ระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๓๓๖



ติดต่อ: 

สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๕๓๓๖

สถานที่ตั้ง: 

หมู่บ้านญี่ปุ่น (ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา) ตั้งอยู่ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : 
[gmap markers=letters::14.332076726433131,100.57738780975342 |zoom=13 |center=14.347385850752973,100.56798934936523 |width=400px |height=400px |control=Large |type=Map]
ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel