เจษฎา เทคนิค มิวเซี่ยม (Jesada Technik Museum) พิพิธภัณฑ์รถยนต์โบราณหายาก

เจษฎา เทคนิค มิวเซี่ยม (Jesada Technik Museum) พิพิธภัณฑ์รถยนต์โบราณหายาก
เจษฎา เทคนิค มิวเซี่ยม เริ่มจาการสะสมมา 20กว่าปี จนกระทั่งวันนี้ เห็นแล้วทึ่งสะดุดตาไปหมดครับ รถแต่ล่ะคันนั้นมีประวัติที่น่าสนใจมากๆ และแปลก ทั้งการใช้งานและ การออกแบบ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมรวบ จัดแสดงยานยนต์ เครื่องกล ยานพาหนะ หลากหลายชนิด จากทั่วทุกมุมโลก อาทิ เยอรมัน สวีเดน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยนายเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ นักธุรกิจชาวไทย ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกหลายรุ่น ดูเหมือนแข่งกันทำประตูที่ไม่เหมือนใคร และหลายรุ่นที่ วัสดุการผลิตรถยต์ไม่ใช้เหล็กมีทั้ง กระดาษ หนัง สแตนเลส บ่้างรุ่นมีในไทยแห่งเดียว รถประมาณ 70%ยังสามารถใช้ได้

สะดุดตาจริงๆครับกับพิพิธภัณฑ์รถหายากแห่งนี้ ที่รวบรวมรถมากมายหลากหลายความแปลก หลายหลายประวัติ ต่างก็สะดุดตาทั้งนั้น ด้วยความที่คุณเจษฎ์เจ้าของพิพิธภัณฑืแห่งนี้รักรถเอามากๆ จึงสะสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเปิดให้เข้าชมกันฟรีๆ

ใครมาที่นีคงเห็นคำว่า Technik ในชื่อของพิพิธภัณฑ์ ไม่ต้องแปลกใจครับ ว่าเขาพิมพ์ผิดหรือเปล่า เรื่องว่าเป็นภาษาเยอรมันครับ รถส่วนใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ เป็นโซนยุโรป และอเมริกา เป็นส่วนใหญ่
และรถคันแรกที่เริ่มสะสมก็เป็นระเยอรมันด้วย ชื่อเลยออกมาแบบเยอรมัน

รถในนี้จะซื้อมาแล้วนำมาซ่อมให้ใช้งานได้ ด้วยเครื่องตัวถัง เดิมทุกอย่าง ดังนั้นความงามยืนยันได้ว่าจะได้เห็นในแบบเดิมๆแน่นอน ทั้งรุปร่างและสีสัน

พื้นที่โชว์ ในพิพิธภัณฑ์ มีทั้งหมด 3ไร่ มีรถยนต์และมอเตอร์ไซต์รวมกัน 370 คัน แต่ที่มีทั้งหมด มีรถยนต์มากกว่า 650 คัน และรถมอเตอร์ไซต์มากกว่า 300คัน แต่สามารถนำมาแสดงให้ชมได้จำกัด จึงใช้วิธีหมุนเวียนไปในการจัดแสดง จำนวดังกล่าวมีการซื้อเพิ่มเรื่อยๆอีกด้วยครับ อนาคตคงมากกว่านี้เป็นแน่ รถที่เหลือจะเก็บไว้ที่โกดังอีกแห่ง หมนเวียนกันมาจัดแสดง

ในจำนวน 370 คัน จะประกอบไปด้วย โซน scooter และจักรยานโบราณ 100คัน จัดวางไว้ด้วยกันแล้วที่เหลือก็จะเป็นรถยนต์ 270 คัน ซึ่งเป็นรถประเภท Classsic car และ Micro Car จัดแสดงภายใน

รถที่น่าสนใจ เช่นบัส London เปิดประทุน ออกงานบ่อย มีแบบเปิดประทุน ในลายผลิตมีไม่เกิน3คันทั่วโลก อยู่ทีนี้หนึ่งคัน กว่าจะได้มาไม่ง่าย


เป็นรถ 4ล้อ BMW ปี1955 ความพิเศษที่เปิดประตู วิศวกรที่ออกแบบเป็นผู้ออกแบบตู้เย็นในยุคนั้นแต่BMW ดึงตัวมาออกแบบให้ และด้วยโจทย์การทำให้ประหยัดการทำรถ2ประตูเป็นการสิ้นเปลือง จึงเลือกทำประตูเดียว รุ่น Istta มีซันรูฟด้วยครับ  ผลิตมาน้อย หายาก พวงมาลัยติดกับประตู



โซนscooter มีvespa รุ่นแรกให้ชมกันด้วย สีเขียว และจะมีพวกปั๊มเก่าด้วยครับ มีคนมาขอซื้อต่อบ่อยมาก แต่ที่นี่ไม่ขายครับ



ภาพ: เป็นรถที่ออกแบบมาเป็นรถแข่ง ของเยอรมันรุ่นนี้ผลิตมาแค่หลักร้อย ชื่อ Jhle เป็นรถที่แปลกตรงที่ ไม่มีกุญแจสตาร์ท ติดเครื่องด้วยการให้คนนั่ง แล้วมีคนเข็นท้ายประมาณเมตรสองเมตร พอล้อหมุนเครื่องทำงานก็จะขับได้ บ้างคนมองว่าเป็นรถเด็กแต่ไม่ใช่นะครับ รถแข่ง เครื่อง150cc รถปี 1943-1950


คันสีแดงนี้เป็นคันแรกที่คุณเจษฎ์สะสม เป็นรถเยอรมัน   ยี่ห้อ messerschmitt ซึ่งเป็นของบริษัทที่ผลิตเครื่องบินสมัยสงคราม แต่พอสงครามยุติรูปแบบการผลิตก็เปลี่ยมาเป็นรถยนต์ เบาะนั่งจะปรับระดับได้ เป็นรถปี1955 ยังใช้งานได้  พอเราเข้าไปนั่ง มันพอดีตัวเลย ปิดหลังคาลงมาหัวไม่ติดด้วย เห็นด้านนอกเหมือนเล็กๆ แต่มันพอดี แปลกที่เก้าอี้นั่งและประตู ที่เปิดด้านบน




รถคันนี้ จากฝรั่งเศษ ตั้งใจผลิตให้เป็นรถที่เล็กที่สุดในโลก รถมีน้ำหนักเบามาก ความแปลกสะดุดตาอยู่ที่ประตูรถ สองด้านเปิดแตกต่างกัน ด้านหนึ่งเปิดขึ้น อีกด้านเปิดพับธรรมดา ที่เปิดแบบนี้เนื่องจากรถคันนี้ ถูกออกแบบโดยวิศวกร2คน ออกแบบด้วยไอเดียต่างกัน ประมาณปี 1975 ทำจากไฟเบอร์กลาส ไม่มีเกียร์ถอยหลัง ใช้วิธีหมุนตัวรถแทน เป็นรถ3ล้อ



คันที่แพงที่สุดที่ซื้อมา คือคันสีเทา ที่หลังคาเหมือนอุลต้าแมน (เด็กนักเรียนชอบทักแบบนั้น) ปี1952 เดิม คันนี้มีคันเดียวในเมืองไทย เป็นรถเชคโกสโลวาเกีย สังเกตุที่กระจกหน้ารถ จะเป็นกระจกแบบแบ่งครึ่ง เวลาเปลี่ยนสามรถเปลี่ยนที่ล่ะด้านได้ เนื่องจากเศษฐกิจสมัยนั้นค่อนข้างลำบาก แต่ก็ถือว่าเป็นรถแพงคันหนึ่งในยุคนั้นเช่นกัน



รถไดฮัทสุ (คันสีเขียวในภาพ) ผลิตขายที่เมืองไทยเท่านั้น เราคงได้เห็นกันตามสถานที่ท่องเที่ยว อย่างจังหวัดตรัง อยุธยา ที่ญี่ปุ่นส่งขายในเมืองไทยแห่งเดียว เจ้าคันสีชมพู เป็นมิตซูบิชิ ที่เป็นกะบะสามล้อ น่ารักมาก



ซีตรองคันนี้ ออกแบบมาสำหรับขนส่งไวน์  เป็นvan ถูกสร้างมาให้วิ่งบนถนนขรุขระได้ดี มันโยกได้ มีคันที่ทำสี และไม่ทำสีให้ดูเปรียบเทียบด้วยสำหรับคันนี้ ...ทุกคันที่นำมาโชว์จะถูกทำให้ดูดี ทำสีเสียใหม่ให้สวยงามน่ามอง และคันด้านล่าง เป็นรถรุ่นจากหนัง เจาะเวลาหาอดีต ยี่ห้อ DMC ปี 1981-82 ประตูเปิดแบบปีก มันสวยมากกครับดูดีกว่าที่เคยดูในหนังเสียอีก ให้สังเกตุคันนี้ทำด้วยสแตนเลส ซึ่งมีความหมายว่าผลิตจากเยอรมัน ชื่อเต็มของรถรุ่นนี้คือ Delorean เครื่อง 6สูบ




รถคันนี้หุ้มด้วยหนัง ตัวบอดี้เป็นแค่โครงเหล็ก น่าสนใจมาก พอเราเปิดหนังออกมาก็จะเห็นโครงสร้าง เป็นรถเชคโกฯ ช่วงสงครามประเทศที่แพ้สงคราม จะถูกจำกัดสิทธิเรื่องการผลิตเหล็ก คือใช้ได้น้อย จึงใช้ทำได้แค่โครง แล้วก็ใช้ผ้าใบหรือหนังมาหุ้มตัวรถไว้เท่านั้น เป็นรถรุ่นประมาณ ปี 1943 เครื่องยนต์ 350cc คันนี้ ถ้าเด้กนักเรียนมาชม เรามักจะเปิดกระจกให้ชม เพราะมันจะดูคล้ายหนู น่ารัก



ยังมีรถที่ทำด้วยกระดาษ คันสีขาว ที่เราเห็นในรูป สังเกตุที่ฝากระโปรงรถ จับดูจะรู้ว่า เป็นกระดาษอัดกาวและเศษผ้า ทำคล้ายเปเปอร์มาเช่ ทำในเยอรมันตะวันออก ปี1963 สาเหตุก็เช่นเดียวกันคือ ถูกจำกัดสิทธิการใช้เหล็ก ที่ผลิตออกมาแล้วมีคนซื้อ เพราะไม่มีตัวเลือก พอรถเต่าถูกผลิตขึ้นมา รถรุ่นนี้ก็ไม่มีค่าทันที ผู้คนซื้อขายกันด้วยบุหรี เพื่อแลกกับรถรุ่นนี้ รถรุ่นนี้สร้างในช่วงที่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลิน ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายกำแพงเบอร์ลินอีกด้วย



คันนี้ก็แปลก ต้องเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมาสตาร์ท ที่เครื่องยนต์ และ ไม่มีเกียร์ถอยหลัง ใช้วิธีกลับรถด้วยการหมุนรถ แบบ360องศา มันเป็นรถ3ล้อ ทีล้อหน้าผลิกได้ ทำให้รถหมุนได้ สังเกตุที่รูปเราหมุนล้อให้ดู จะเห็นว่าล้อที่ใต้เครื่องผลิกอยู่ ยี่ห้อBond ปี1953 จัดรถคันนี้ไว้ในพวกรถขนาดเล็ก




คันนี้ ก็แปลกน่าสนใจ เป็นรถใช้ในฟาร์ม มีกะบะแบบลังไม้ ที่ต้องใช้น้ำมันเครื่องทาเพื่อรักษาสภาพไม้ และเครื่องยนต์ไม่มีฝาครอบเปิดโลง ตัวถังทำด้วยไม้ทั้งคัน หายากมาก เป็นรถแบบ3ล้อ สตาร์ทด้วยมือ ทั่วโลกไม่น่าจะมีเกิน3คัน อายุมัน70ปี รถตั้งแต่ปี1933



คันนี้รถครอบครัว ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับครอบครัว ให้สังเกตุที่เบาะนั่ง จะมีสองเบาะในรถ แต่หันหลังชนกัน มีที่วางของ วางแก้วน้ำได้ คั่นระหว่างเบาะ ที่แปลกคือ การเปิดประตูที่เปิดได้ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งเป็นประตุแบบเดียวกัน เป็นรถเยอรมัน แปลกที่หันหลังชนกัน เครื่องยนต์อยู่ตรงกลาง และเบาะยังสามารถปรับระดับได้ นอนได้ นั่งได้  ที่ว่าเป็นครอบครัวมีการแซวกันเล็กๆ เวลาแฮปปี้ก็นั่งคู่กัน เวลาทะเละกันก็ไมปนั่งหลัง แต่เรายังไปด้วยกันได้ ฮาครับคันนี้ออกแบบมาใช่เลย และที่เขาทำประตูหน้าหลังมาเหมือนกันเพราะว่าต้องการประหยัดแบบ ทำเหมือนกันก็ประหยัด เลยแทบดูไม่ออกเลยอันไหนหน้าอันไหนหลัง ถ้าไม่เห็นพวงมาลัย



คันสีเขียวเป็นรถBond เน้นขายวัยรุ่น มีใบขับขี่มอเตอร์ไซต์ก็ขับได้แล้ว แต่เฉพาะที่อังกฤาเท่านั้น แล้วก็มีรถไฟฟ้า คันสีขาวและแดงในรูป ก็มีมานานแล้วครับ ใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ การเปิดประตู ก็คือการเปิดหลังคาขึ้น นั่งได้คนเดียว เป็นรถปี1992 ของประเทศเดนมาร์ค ใช่แบต3ก้อน



ยังมีอีกหลายคันี่น่าสนใจ ออสตินที่เก่าที่สุด ปี1924 มี รถที่เก่าที่สุดในมิวเซียมแห่งนี้ ยังมีรถเวสป้าที่เป็นรถยนต์ด้วย และรถที่เรานำมาทำเป็นแท๊กซี่รุ่นแรก

ประว้ติความเป็นมา  Jesada Technik Museum

                Jesada Technik Museum ก่อตั้งขึ้นโดย คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ นักธุรกิจชาวไทย ซึ่งเกิดแรงบันดาลใจ จากการเดินทางไปท่องเที่ยวดูงานด้านเครื่องยนต์กลไก ในทวีปยุโรปและอเมริกา ได้พบเห็นพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่รวบรวมรถยนต์หายากไว้มากมาย และจัดแสดงได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ คุณเจษฎาฯ จึงเริ่มสะสมรถยนต์หายากขึ้นบ้าง

เริ่มจากรถ Messerschmitt KR-200 ปี 1958 รถการ์ตูน (Bubble Car) รถคันแรกที่นำเข้ามาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ยิ่งสะสม ยิ่งค้นคว้า ยิ่งตระหนักว่าวิวัฒนาการยานยนต์ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสุข ความสะดวกสบาย แก่มวลมนุษยชาติ ยนตรกรรมทุกชิ้นจะแฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวความคิด ที่บ่งบอกถึงจิตวิญญาณของผู้ออกแบบ และผู้ผลิตสามารถใช้เป็นบทเรียนแก่คนรุ่นหลังได้อย่างล้ำค่า

จากการเริ่มเก็บหอมรอมริบสะสมรถทีละคันสองคัน จนกระทั่งมียานยนต์ที่สะสมไว้กว่า 500 คัน ตั้งแต่ยานยนต์ขนาดใหญ่ เช่น เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถถัง รถโดยสาร รถเก๋ง รถการ์ตูน จักรยานยนต์ รถสามล้อและรถจักรยานจากเกือบทุกชาติในโลก ยนตรกรรมแต่ละชิ้นได้ให้บทเรียน และความรู้แก่ผู้สะสมอย่างประเมินค่ามิได้

คุณเจษฎาฯ มีความตั้งใจที่จะให้คนไทยที่มีใจรักเรื่องเครื่องยนต์กลไก ได้ศึกษาหาความ รู้จากชิ้นงานที่เป็นของจริง มิใช่แต่เพียงดูจากภาพถ่าย จึงได้ก่อตั้ง Jesada Technik Museum ขึ้น ณ ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าไปชื่นชมยานยนต์ สะสมที่เป็นของหายากได้โดยไม่ คิดมูลค่า รถยนต์โบราณจำนวนมากที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สามารถให้ความรู้ ทำให้รำลึกถึงความหลัง และให้ความสดชื่น เป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

                ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของ Jesada Technik Museum ก็คือ บรรดารถการ์ตูน (Bubble Car) ที่มีหลากหลายและมีจำนวนมากมายอย่างที่ไม่อาจหาดูได้จากที่อื่น เด็กเยาวชนที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สามารถที่จะสัมผัสรถในฝันในจินตนาการได้ ด้วยมือของตนเอง เนื่องจากทางพิพิธภัณฑ์เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสรถยนต์อย่างใกล้ชิด ทั้งที่รถยนต์เหล่านี้เป็นของหายากและมีราคาแพง ซึ่งคุณเจษฎาฯ ได้กล่าวถึงความรู้สึกต่อการให้เด็ก ได้สัมผัสรถโดยไม่เกรงจะเกิดความเสียหาย ไว้อย่างน่าประทับใจว่า “ความฝันของเด็กมีค่ากว่ารถพวกนี้เยอะ ใครจะรู้ว่าได้สัมผัสรถพวกนี้ วันหนึ่งข้างหน้าเขาอาจจะไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าผมหลายเท่า”


ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://jesadatechnikmuseum.com
เจษฎา เทคนิค มิวเซียม
100 หมู่2 ต.งิ้วราย อ.นครัยศรี จ.นครปฐม 73120
โทร. 02 819 4000, 086 979 6222, 086 979 5777, 034 339 468
แฟกซ์ 02 819 4077



แผนที่ เจษฎา เทคนิค มิวเซียม

ติดต่อ: 

โทร. 02 819 4000, 086 979 6222, 086 979 5777, 034 339 468
แฟกซ์ 02 819 4077

สถานที่ตั้ง: 

เจษฎา เทคนิค มิวเซียม 100 หมู่2 ต.งิ้วราย อ.นครัยศรี จ.นครปฐม 73120

ข้อมูลจังหวัด: 
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว: 
ลักษณะเด่นของแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel