ปั่นสบายๆ สไตล์กรุงเก่า วันเดียวเที่ยวอยุธยา

กิจกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม อย่างจักรยานกำังเป็นที่น่าสนใจ สำหรับการท่องเที่ยว ของนักเดินทางท่องเที่ยวที่มีใจรักสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก และที่อยุธยา ก็เป็นพื้นที่เหมาะอีกแห่งในการมาปั่นจักรยานท่องเที่ยวกัน ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับชมรมจักรยานผักไห่เพื่อสุขภาพ จึงจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รักษาสิ่งแวดล้อม โดยลดการใช้พลังงาน มาเน้นการขี่จักรยาน ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมเกือบ400คน

เห็นแนวคิการท่องเที่ยว ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เพิ่งจะเปิดตัวไป ด้วยแนวคิดการเที่ยวแบบ 7 Green “โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด 7 Greens” ซึ่งเป็นแนวทางการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่รักสิ่งแวดล้อม และอยากใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และได้ร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อม และลดสภาวะโลกร้อน



การขี่จักรยานท่องเที่ยวจึงเป็น เรื่องน่าสนใจมาก แต่เราจะไปที่ไหนดีนะ ที่จะสามารถปั่นจักรยานท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ แทนการขับรถ นั้นไม่ใช่เรื่องยากครับ ลองมาที่อยุธยาดูได้ เพราะขนาดเมืองที่ไม่ใหญ่มาก และเป็นมรดกโลกของไทยอีกด้วย เส้นทางต่างๆก็ไม่ได้มีรถพลุกพล่าน เหมาะมากที่จะปั่นจักรยานเพื่อการท่องที่ยว และยังจะได้มีโอกาสใกล้ชิดโบราณสถาน มีเวลามองเวลาเที่ยวแบบใกล้ชิดมายิ่งขึ้นด้วยเมื่อเราขี่จักรยาน ต่างจากการขับรถยนตร์เที่ยวอย่างมาก

ที่อยุธยา เมื่อวันเสาร์ที่  17 กรกฏาคม 2010 ที่ผ่านมา ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ได้จัดกิจกรรมตัวอย่าง การท่องเที่ยวแบบแนวคิด &Greenขึ้น โดยร่วมกับชมรมจักรยานผักไห่เพื่อสุขภาพ จัดกิจกรรม “รักษ์อยุธยา : ปั่นสบายๆ สไตล์กรุงเก่า” ขึ้น มีผู้สนใจและเข้าร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก เกือบ400คน ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นงานเล้กๆ นะกลายเป้นมากันเยอะ แสดงว่ามีคนรักจักรยาน และใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากจริงๆ



เส้นทางท่องเที่ยวของเรา เริ่มต้นกันที่ ศาลากาลงหลังเก่า ศูนย์การท่องเที่ยวอยุธยา เป็นจุดสตาทร์ ร่วมตัว งานนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง มาร่วมเปิดงาน และปั่นไปกับพวกเราด้วย

ช่วงเช้า เราปั่นกันไปตามเส้นทางมรดกโลก สองข้่างทางของเรา คือ โบราณสถานระดับโลก ลมเย็นๆ ไม่มีแดดให้ร้อนในหน้าฝนแบบนี้ ปั่นกันสบายใจล่ะครับ จุดแวะจุดแรกของเราคือการไปเรียนรู้การดูนก ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสวนสาธารณะของอยุธยา มีชมรมอนุรักษ์นก นักดูนกมือเยี่ยมมาให้คำแนะนำกับนักปั่นทุกคน ได้เข้าใจวิถีกธรรมชาติ นก และ สภาพพื้นที่ให้เราได้ความรู้เพิ่มกันมากมาย

หลังจาการดูนกเสร็จเรียบร้อยก็ปั่นเรียบแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านป้อมเพชร ไปวัดใหญ่ชัยมงคลกัน วัดนี้ใหญ่จริงครับ มีโบราณสถานที่สำคัญ และมีประวัติศาสตร์ ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้อยู่ที่วัดใหญ่ชัยมงคลด้วย ตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนเรศวรเลยครับ


ภาพ: ตลาดโก้งโค้ง

ไปต่อกันครับ ห่างจากวัดใหญ่ชัยมงคลไม่ไกลนัก อึดใจเดียวเราก็มาถึง วัดพนัญเชิง ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน เกือบเที่ยงแล้วครับนักปั่นของเราหลายท่านก็กำลังหิวกันแล้ว เป้าหมายของเราต่อไปคือการไปกินข้าวเที่ยงที่ ตลาดโก้งโค้ง อำเภอบางปะอิน ก็ห่างจากวัดพนัญเชิงไม่ได้ไกลมากนะครับ ปั่นสบายๆ ยังไม่ทันเหนื่อยเลย

เรากินอาหารเที่ยงกันที่ ตลาดโก้งโค้งนี้แหละครับ มีอาหารแบบไทยๆให้เราได้เลือกกิน และสินค้าให้เลือจับจ่ายกันแบบไทยๆๆๆๆ น่ารักดีครับ มีไอศกรีมใส่กะลาด้วย แล้วก็มีสลัดแขก มีขนมไทยๆอีกตั้งหลายอย่าง เราเลยจัดให้ใช้เวลาที่นี้กันนานพอจะกินได้ 3รอบเลยล่ะ



หลังจากอิ่มเราก็เดินทางต่อครับ กลับเข้าเมือง มุ่งตรงไปที่ วัดพุทไธศวรรย์ วัดนี้มีหระนอนอยู่ด้านหลังสุดของวัด เป็นโบราณสถานที่น่าสนใจ แต่ที่สะดุดตาเรามากคงเป็นเจดีย์ ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งเขาเปิดให้ขึ้นไปชมด้วย ด้านบนมีเหมือนมณฑปอยู่ด้่านในอีกอัน มืดมากและมีกลิ่นค้างคาวอบอวลไปหมด ก้าวเข้าไปแล้วแทบตกใจครับปิดจมูกเดินเข้าไป ด้านหลังมีพระนอนอยู่อีกองค์ ทำเอาตกใจ เพราะความมืด แต่แสงดันตกมาจากช่องหน้าต่างเจดีย์มาที่หน้าองค์พระนอนพอดี และที่สะดุดตาอีกเรื่องคือ น้องน่ารักคนหนึ่งมาล่นสีซอ และขายพวกกระเป๋า ให้กับนักท่องเที่ยว เสียงเพราะน่ารัก สะดุดตามากๆ ส่วนสถาปัตยกรรมที่นี้ก็น่าสนใจเอามากๆ



วัดไชยวัฒนาราม


ไปต่อครับ  วัดไชยวัฒนาราม เป็นโบราณสถานที่เหมือนได้มาพักเหนื่อยกัน แต่ถ่ายรูปสวยมากๆ หายเหนื่อยแล้วเราก็ไปชมพระนอนที่ วัดโลกยสุธา ตอนไปถึงเขากำลังห่มผ้าพระอยู่พอดี ถ่ายรูปมาเลยมีคนปีนองค์พระนอนอยู่ เอาเป็นว่าเขาทำหน้าทีอยู่นะ อย่าไปปีนเล่นก็แล้วกัน มันใช้อย่างที่เห็นในภาพ

จากนั้นที่ขาดไม่ได้ มาอยุธยาไม่มา วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระราชวังโบราณ คงเหมือนไม่ได้มา จึงเป็นเหมือนไฮไลท์ ทีนักปั่นทุกคนได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยกันที่นี่ จากไกด์สาวของเราเล่าจบ เสียงตบมือเกรียวเลยครับ รักประเทศจับใจ มาลูกหลานมาดูกันซะนะครับ จะได้รักเมืองไทยกันมากๆ


ภาพ: พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา

และสถานที่แนะนำอีกแห่งที่อยากให้มา แต่ต้องมาก่อน4โมงเย็นนะครับ คือ พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นจากเงินบริจาค รวบรวมเก็บวัตถุมีค่าที่ได้จากกรุงในวัดราชบูรณะ และวัดวัดมหาธาตุ ซึ่งเปรียบเหมือนสมบัติของชาติ เห็นแล้วต้องอึ่ง จินตนาการถึงกรุงศรีอยุธยาได้เลย ว่าเจริญรุ่งเรื่องไปด้วยทองคำขนาดไหน

เราจบท้ายทริปการท่องเที่ยวนี้ด้วยการ ปลูกต้นไม้ร่วมกัน ที่ศูนย์ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา ไว้เป็นที่ระลึก และถ่ายรูปร่วมกันเป็นจุดสุดท้าย ด้วยหวังว่า อยุธยาจะเป็นจุดของการท่องเที่ยวตัวอย่างเรื่องการอนุรักษ์ได้ ลดการใช้รถ การใช้พลังงานโดยการหันมาปั่นจักรยานกัน วันเดียวเที่ยวทั่วอยุธยาเลยนะเนี่ย อย่าลืมนะครับ คิดจะเที่ยวนึกถึงสิ่งแวดล้อมกันด้วย มันจะได้อยู่กับเรานานๆ สวยงามไปอีกนาน 



ต้องการท่องเที่ยวแบบนี้ หรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา  โทร. 0 3524 6076-7
E-mail : tatyutya@tat.or.th
จังหวัด: 
คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel