เที่ยววิถีชุมชนประแส นอนโฮมสเตย์ เล่นน้ำทะเลที่เกาะมัน

ทริปนี้จะพาไปเที่ยวแบบวิถีชุมชน นอนโฮมสเตย์ เล่นน้ำทะเลที่เกาะมันกันนะคะ จากกรุงเทพเราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ไปถึงที่เที่ยวที่แรกของเราคือที่อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง บริเวณปากน้ำประแส หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเจ้าเรือรบนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเรื่องท่องเที่ยว และโฮมสเตย์ของชาวประแสร์ 

  

เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่าที่เรือรบแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาบ้าง ซึ่งก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งเดียวของชาวประแสร์ในตอนนั้น จึงมีการพัฒนาให้มีการท่องเที่ยวในรูปแบบของชุมชนมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาที่พักแบบโฮมสเตย์ด้วย เราได้ขึ้นไปเที่ยวชมบนเรือ ถ่ายรูปและมีการบอกเล่าเรื่องราวของเรือรบนี้โดยยุวมัคคุเทศก์  ใกล้กันกับอนุสรณ์เรือหลวงนี้เราสามารถเดินชมป่าชายเลนบ้านหัวโขด ได้ซึ่งเป็นสะพานไม้ทอดตัวไปตามป่าชายเลน  เมื่อน้ำลดลงเราจะมีโอกาสได้เห็นเจ้าปูแสม ปูก้ามดาบ เจ้าถิ่นแห่งป่าชายเลน ออกมาอวดโฉมชูก้ามกันเต็มไปหมด

หลังจากเดินชมและถ่ายรูปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็ลงเรือจากบริเวณปากน้ำประแสตรงไปยังเกาะมันใน ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ที่เกาะมันในนี้จะมีศูนย์อนุรักษ์พันธ์เต่าทะเลด้วย ในช่วงวันสำคัญต่างๆ เช่นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีกิจกรรมปล่อยเต่าทะเล  

  
  

ออกจากเกาะมันใน เราเลยไปดำน้ำกันที่เกาะมันกลาง แต่วันนี้คลื่นค่อนข้างสูงจึงเป็นอุปสรรคต่อการชมประการัง เลยต้องเปลี่ยนมาชมปลาทะเลสีสันสวยงามแทน  น้ำทะเลสีน้ำเงินกับปลาทะเลสีเหลืองสีสันตัดกันช่างสวยงามจริงๆ  

กลับจากเกาะมาขึ้นเรือที่จุดเดิมที่เราลงเรือบริเวณปากน้ำประแสร์ ที่ตั้งของเรือรบ  เรามารอชมพระอาทิตย์ตกทะเลกัน ก็เหลือบไปเห็นเด็กๆ กำลัง สาละวนกับการตกปลา จึงเดินเข้าไปคุยกับน้องๆ ว่ามาตกทุกวันมั้ย น้องบอกว่ามาเกือบทุกวันครับพี่ ตอนเย็นก็จะนัดกันมาตกปลาอย่างนี้กับเพื่อน ว่าแล้วเราก็ไม่รอช้าที่จะให้น้องๆเค้าโชว์ ฝีมือ ให้ดู  เสียดายที่ไม่ได้ปลา  เห็นแล้วก็อดอิจฉาน้องเค้าไม่ได้ ที่มีทะเลให้มานั่งชิล ตกปลาและมองพระอาทิตย์ลาลับไปในทะเล ได้ทุกวี่วัน

  
  

ชมพระอาทิตย์กันจนหนำใจแล้วใกล้ๆ กันนั้นก็มีร้านอาหารให้เราได้นั่งทานไปชมพระอาทิตย์ตกไปด้วย ได้บรรยากาศ และช่วยเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ที่เราเห็นมักเป็นคนท้องถิ่นของชาวประแสนี่แหละที่มานั่งชิลๆ ทานข้าวกันบริเวณนี้   ทานอาหารเย็นจนอิ่มแปล้ แล้ว คืนนี้เราจะไปพักผ่อนนอนหลับกันที่กลุ่มโฮมสเตย์ของชาวบ้านประแสร์ ซึ่งมีโฮมสเตย์อยู่ประมาณ  10 หลัง  หลังหนึ่งนอนได้เป็นสิบคน  มีทั้งบ้านไม้ บ้านปูน ไปจนโรงเรียนอนุบาลก็มาจัดเป็นโฮมสเตย์ได้  ราคาห้องพัดลมคนละ 300 บาท ห้องแอร์คนละ 350 บาท โดยราคาดังกล่าวรวมอาหารเช้าและรถสามล้อพ่วงข้างนำเที่ยวแล้วตามเส้นทางที่ทางกลุ่มได้จัดไว้ โดยจะต้องมา  4 คนขึ้นไปถึงจะรวมโปรแกรมนำเที่ยวแต่ถ้ามาไม่ถึง 4 คน ก็จะได้ที่พักพร้อมอาหารเช้าเท่านั้น   

      วันนี้ตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพราะเรามีนัดกันไปเที่ยวชมตลาดเช้าของชาวประแสร์กัน หลังจากกินข้าวต้มหมึกสดๆ จากทะเล เนื้อหวานเจี๊ยบกันจนอิ่มหน่ำสำราญแล้ว รถสามล้อพ่วงข้างของชาวบ้านก็มารอรับเรา สำหรับสามล้อพ่วงข้างนี้ราคาต่อคันอยู่ที่ 200 บาท นั่งได้ 4 - 5 คน  เส้นทางท่องเที่ยวจะเริ่มต้นจากพาไปที่อนุสรณ์เรือรบหลวง ,ถนนริมน้ำ , ศาลกรมหลวงชุมพร , ศาลตะเคียน และปิดท้านด้วยทุ่งโปรงทอง  โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมแบบปกติของเค้า แต่เนื่องจากเราได้ไปที่อนุสรณ์เรือรบหลวงมาแล้ว  เราจึงตรงไปที่ตลาดเช้าของชาวบ้านประแสร์กันเลย ที่นี่จะมีอาหารทะเลสดๆ ที่ชาวบ้านนำมาขายด้วย  หลายๆคนแวะชิมห่อหมกกัน แล้วบอกว่าอร่อย เราก็ไม่รู้ว่าอร่อยมั้ยเพราะไม่ได้ชิม  แต่เราไปชิมข้าวเหนี่ยวขม้นหน้าปลาแห้งแทน เปิดห่อใบตองออกมา ข้าวเหนี่ยวสีเหลืองมากๆ กลิ่นขมิ้นมาเลยทีเดียว ลองชิมแล้วก็โอเคนะ กินเป็นอาหารเช้าสัก  2 ห่ออิ่ม พอดีเลย  ถ้าใครจะไปเดินตลาดต้องไปก่อน 8 โมงเช้า ไม่อย่างนั้นตลาดจะวายซะก่อน

  
  
  

      ออกจากตลาดพี่คนขับผู้หญิงใจดี พาเราขับรถเลียบริมน้ำไป ระหว่างทางจะเป็นบ้านไม้เก่าๆ เป็นบานเฟี้ยมบ้าง บางหลังก็เป็นตึกไปแล้ว บางหลังก็เป็นบ้านไม้แบบชาวประมง แต่ดูโดยรวมแล้วก็ดูเป็นชุมชนเก่าๆดี  ระหว่างที่เรานั่งชมบรรยากาศข้างทางไป หลังจากที่เราแวะที่ศาลกรมหลวงชุมพรและศาลตะเคียนแล้ว  ซึ่งเรากำลังมุ่งหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลน์ของชุมชนประแสแห่งนี้ เราก็ผ่านร้านขายมะม่วงซึ่งพี่คนที่นำเราเที่ยวได้บอกกับเราว่า “ผลไม้ที่นี่อร่อยนะคะ”  เราก็ถามกลับไปว่าอร่อยยังไงคะพี่ พี่ตอบกลับมาว่า “ก็ผลไม้ที่นี่เป็นผลไม้น้ำกร่อย รสชาติจะเข้มข้น” ทำให้เราต้องไปซื้อมะม่วงมาลองชิมดู มะม่วงที่เราซื้อคือมะม่วงเขียวเสวย(น้ำกร่อย) ซื้อเสร็จแล้วก็ให้พี่คนขายเค้าปลอกให้เลยเสร็จสรรพ รสชาติก็อร่อยเข้มข้นอย่างที่พี่เค้าบอกค่ะ อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพันธ์มะม่วงดี หรือว่าอร่อยเพราะน้ำกร่อยนะคะ  ถ้าอยากรู้จริงๆ คงต้องไปซื้อมะม่วงพันธ์เดียวกันแล้วปลูกที่บ้านต้นนึง มาปลูกที่ประแสร์ซักต้นนึงจะได้รู้ 

  

       ในที่สุดเราก็ถึงจุดท่องเที่ยวที่อยากจะมามากที่สุดในทริปนี้นั่นก็คือ ทุ่งโปรงทอง ถ้าใครจะไปทุ่งโปรงทองนี้แนะนำช่วงพระอาทิตย์ขึ้นมาแล้วตอนสายนิดๆ กับตอนเย็นที่พระอาทิตย์จะตกนะคะ โดยเฉพาะช่วงอาทิตย์กำลังจะตกนี่สวยสุดๆไปเลยค่ะ เพราะต้นโปรงจะรับกับแสงอาทิตย์พอดีสวยงามสะท้อนเป็นสีทองสมชื่อเลย  เส้นทางที่เราเดินเข้ามายังทุ่งโปรงทองนี้เป็นสะพานไม้ทอดยาวบนป่าชายเลน เมื่อเดินมาถึงปลายทางจะพบกับจะพบกับทุ่งโปรงทองที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่นด้วยลำต้นเตี้ยๆ เต็มไปหมด  ใครๆ ก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปกันใหญ่ ปิดทริปนี้ไปด้วยทุ่งโปรงทอง เสน่ห์ของชุมชนประแสร์ด้วยความประทับใจ

  
  
ภาพ : ทางเดินเข้าไปทุ่งโปรงทอง

  

ภาพ: พานอรามาทุ่งโปรงทอง


ติดต่อสอบถามการเข้าพักโฮมสเตย์ได้ที่ กลุ่มบ้านพักโฮมสเตย์บ้านประแสร์ โทร.081-3998756 

ได้ภาพสวยๆ ของทริปนี้มา ต้องขอขอคุณ กลุ่มสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา(ชลบุรี,ระยอง,จันทบุรีและตราด)
       
     
จังหวัด: 
คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel