เที่ยวอันดามัน ทะเลสตูล โอ้สวรรค์

สตูลเปิดงาน “เปิดฟ้าอันดามัน สวรรค์สตูล” ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนพายุจะเข้า แล้วพวกเราก็กลับ ตอนพายุเริ่มเข้าหาดใหญ่พอดี ช่วงนี้สงบแล้ว เลยนำความงามแบบทะเลสตูล สุดชายแดนใต้ อันสวยงามมาเล่าให้ฟัง หน้าหนาวอย่างนี้ทะเลสวยมาก และโรแมนติกด้วยวิวแบบที่ไม่มีใครเหมือน มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลมาเปิดงาน เพื่อแสดงความพร้อมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องกันไปจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ ไปดูแล้วจะรู้ว่า ทะเลสตูลสวยจริง

ก่อนที่จะเปิดงาน เที่ยวสตูลได้ ทางจังหวัดเขาจัดกิจกรรมควบคู่ไปด้วยอีกงาน เป็นการช่วยกันเก็บขยะ ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในฝั่งทะเลอันดามัน ด้านจังหวัดสตูล ไม่ว่าจะเป็น เกาะไข่ เกาะตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ ฯลฯ มีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง เป็นพัน ทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ รักทะเลกันทั้งนั้น ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่าฤดูกาลท่องเที่ยวนี่ ทะเลสวยเกาะสะอาดน้ำใสแน่นอน



ทางจังหวัดเขาเปิดงานที่ริมทะเล ใกล้ๆท่าเรือปากบารา ณ จุดชมวิวบ้านปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีการแสดง แล้วก็จุดพลุ ปล่อยโคมกันไป เป็นการเปิดฟ้าอันดามัน ซึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานตรัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่จังหวัดสตูล เป็นผู้จัดขึ้น พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวจะมาเยือน ที่สตูลมีเกาะสวยงามมากมายจริงๆ การเดินทาง ทางเรือค่อนข้างสะดวก ยิ่งช่วงนี้ เห็นที่ท่าเรือปากบารากำลังสร้างท่าเทียบเรือใหม่ ใหญ่โตไฮโซ คงจะดูดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก ปีหน้าน่าจะได้ใช้กันแน่นอน

อย่างเกาะตะรุเตานี้อยู่ห่างจากท่าเรือปากบารา ประมาณ​25 กิโลเมตร ไม่ไกลมากนะ แต่คงได้ยินกันมาบ้างแล้วถึงเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเกาะตะรุเตาหลายอย่าง แต่ที่สะดุดตาในตะรุเตาไม่ใช่แค่เคยเป็นคุกกลางทะเลมาก่อนเท่านั้น ยังมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่งอีกด้วย เรียกว่า “ชั้นหินตะรุเตา” เป็นชั้นแบบตะรุเตาเลย มีชื่อเป็นของตัวเอง เห็นแนวเกาะตะรุเตาแล้วก็ทึ่งไปกับหน้าผาเหล่านี้แหละที่สวยงามมากๆ

ยังมีสิ่งที่เราคงหาไม่พบอีกแล้ว แต่ก็ยังสันนิษฐานกันว่าอาจจะมีอยู่บนเกาะอีกนั้น คือ จระเข้น้ำเค็ม ...อันนี้ไม่เคยเห็น น่าสนใจมาก มีโครงกระดูกอยู่ที่ศูนย์นิทรรศการบนเกาะ ไปดูกันได้ ความน่าสนใจของตะรุเตายังไม่หมด ความจริงแล้วตอนช่วงใกล้ๆปิดเกาะ ก่อนฤดูมรสุมจะมาถึงประมาณ​เดือน พฤษภาคม เขาจะมีกีฬาประเพณี รำลึกถึงคุกบนเกาะ ด้วยการจัดวิ่งย้อนรอยคนคุก ด้วยการให้ผู้วิ่งแต่งตัวแบบนักโทษไปตามเส้นทางชายหาด ยังมีฝูงวัวที่มีประวัติถูกไถ่มาติดเกาะด้วย 555 ยาวล่ะ แต่ความสนใจในทะเลสตูลไม่ได้มีแค่ เกาะตะรุเตา เพราะความงามที่พลาดไม่ได้อีกแห่งนักท่องเที่ยวมักจะมาแวะกัน เพื่อรอดประตูหินโค้ง กันที่เกาะไข่ เลยจากเกาะตะรุเตาไปอีกหน่อย



ที่เกาะไข่ มีอาสาสมัครมาเก็บขยะกันบนนี้ด้วย ได้กันไปหลายถุง ซึ่งอาสาสมัครเหล่านี้จะการเก็บขยะบริเวณเกาะตะรุเตา เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะหินงาม เกาะราวี มาช่วยกันเป็นพันคนล่ะครับ หาดเล็กๆบนเกาะนี้กลับมีขยะเยอะจริงๆ ปีนึงมาช่วยกันเก็บสักครั้ง แต่ถ้านักท่องเที่ยวไม่ทิ้ง เก็บไปทิ้งบนฝั่งคงช่วยลดปริมาณขยะได้เยอะทีเดียว แต่พอช่วงฤดูมรสุม มันก็จะพัดเอาขยะมาจากต่างประเทศมาติดเกาะแถบนี้เพิ่มเข้าไปอีก นี้แหละเป็นที่มาของการเก็บขยะจำนวนมหาศาล ก่อนจะเป็นเกาะสวยงามอย่างที่เห็น พอไม่มีขยะ มันช่างขาวสะอาดงดงามจริง



เกาะไข่ เป็นเกาะที่มีเรื่องเล่าให้ได้ทำกิจกรรมกันเล็กน้อย ก็เป็นที่ตั้งของหินทะลุ ริมหาดทรายที่หลายคนเชื่อเรื่องความรัก ว่าหากใครได้มาจูงมือกันรอดหินทะลุบนเกาะไข่นี้ จะรักกันยืนยาวตลอดไปและได้แต่งงานกัน หากใครแต่งงานกันแล้วห้ามรอดด้วยกันเดียวจะเลิกกัน รอดครั้งแรกแต่งงาน รอดคร้งที่สองเลิกกันเขาว่าอย่างนั้น ...ใครไม่มั่นใจอย่ารอดด้วยกัน เขาเตือนมา แต่ดูไปดูมาเหมือนกับว่า ถ้ารอดไปแล้ว จะกลับยังไงล่ะ ก็ต้องกลับทางเดิมก็ต้องรอดอีก รอดครั้งแรกแต่งงาน ครั้งที่สองเลิก สรุป กลับไปก็ไม่ได้อะไรเลยนิ...คิดมาก (แกก็เดินอ้อมซิ)



จากนั้นเราก็เยี่ยมอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรมกันที่เกาะอาดัง เป็นจุดบริการของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาอีกจุดหนึ่ง ที่สวยงามมาก อยู่ตรงข้ามเกาะชื่อดังและคึกคักที่สุดอย่างหลีป๊ะ (เดี๋ยวพาไปเที่ยว) เกาะอาดังเห็นแว๊ปแรก หาดทรายขาวสะอาดสวยมากยิ่งพวกเรามาถึงกันช่วงเย็น ดวงอาทิตย์ตกที่นี้สวยจริงๆ ...นอนกางเต็นท์ ใต้ต้นสน ริมทะเล สุดยอด อาหารการกินทางอุทยานฯ เขาก็มีไว้บริการ ราคาอาจจะแพงไปบ้างเพราะอยู่บนเกาะค่าขนส่งแพง อย่างน้ำอัดลมกระป๋องนี้ 25 บาท ที่หลีเป๊ะจะประมาณ30 บาท มีบ้านพักด้วยครับของอุทยาน แต่ต้องจองมาล่วงหน้าเท่านั้นกับทางอุทยานฯ

ที่เกาะอาดังนี้ ท่านผู้ว่ามาเปิดงานด้วยการปล่อยกุ้ง ปล่อยปลาลงทะเลด้วย พอช่วงเย็นดวงอาิตย์กำลังจะตก พวกเราก็รีบข้ามฝากไปเดินเล่นกันที่หลีเป๊ะ เพราะคืนนี้นอนหลีเป๊ะแน่นอน วิ่งไปถ่ายรูปดวงอาทิตย์ตกที่อีกด้านหนึ่งของเกาะแทบไม่ทัน เหนื่อยมาก ความจริงก็ไม่ทันนั้นแหละ แต่ดูแสงสุดท้ายก็สวยดีเลยโดดลงทะเลเล่นน้ำที่นี่เลย ก่อนจะไปกินข้าวกันที่หาดพัทยา ...อ่ะ ทำไมชื่อนี้ ก็เขาบอกว่ามันเหมือนพัทยา แต่ไปเดินมาแล้ว ดีกว่าเยอะ



เดินไปหาดพัทยาครับ เกาะไม่ใหญ่นักเล็กๆ ไม่มีรถวิ่งที่นี่มีแต่มอเตอร์ไซต์ เดินได้ทั่วเกาะ (แต่ก็คงทั้งวัน) ไปหาดพัทยา มีถนนเล็กๆเส้นหนึ่งติดป้ายว่าเป็น walk street เปิดตั้งแต่6โมงเย็น ไปจนถึงเที่ยงคืน นำเราไปสู่หาดพัทยา ถนนเล็กๆนี้แหละที่น่าสนใจมากพพอกับริมหาด มันเต็มไปด้วยร้านเก๋ๆน่ารักๆ หลายร้านเลยครับ ชาวต่างชาติเยอะแยะไปหมด มันไม่ได้มีร้านใหญ่ๆโตๆให้อึดอัน ทำให้รู้สึกว่าหาดพัทยาที่นี่ บรรยากาศดกว่าพัทยา แต่ที่เรียกกันอย่างนี้คงเพราะมีฝรั่งเยอะมาเที่ยวนั้นเอง เสน่ห์ของเกาะหลีเป๊ะยังมีอีกเยอะเลยครับ ไว้จะมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆ ครั้งนี้เอาภาพสวยๆไปดูก่อน เพราะชาวสตูลพร้อมแล้วสำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับทุกคน ...ไปเที่ยวทะเลกันครับ




ขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตรัง ด้วยครับสำหรับการดูแลตลอดการเดินทาง
 

จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel