Photo Camp เยาวชน "เยือนทุ่งหญ้าสะวันนา ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด" อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ทุกช่วงปิดภาคเรียน หรือเรียกง่ายๆว่าปิดเทอม เด็กในวัยเรียนมักจะได้รับ 'การบ้าน' ที่ครูบาอาจารย์มอบไว้เป็นของฝากเสมอ. และทุกปิดเทอมนี้เอง ก็กลายเป็นการบ้านสำหรับพ่อ-แม่ผู้ปกครองไปด้วยเช่นกัน ว่าจะหากิจกรรมอะไรให้ลูกหลานได้เก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ดี เพราะวัยแห่งการเรียนรู้..คงไม่ดีแน่หากจะปล่อยให้นั่งเล่นนอนเล่นอยู่กับบ้านเฉยๆ

กิจกรรมนึงที่ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับเยาวชนคือ 'ค่ายบันทึกภาพ' (Photo Camp)ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมกับบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน) นำเยาวชนที่สนใจใช้เวลาว่างช่วงปิดภาคเรียน ร่วมกิจกรรมในหัวข้อ "เยือนทุ่งหญ้าสะวันนา ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด" ณ.อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2553 (4 วัน 3 คืน)





กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการ "เยาวชนท่องเที่ยวภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้" ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เยาวชน ได้มีประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยว สู่ภาคเหนือ และเกิดการเรียนรู้จากสื่อการเรียนการสอน ที่มีธรรมชาติเป็นห้องเรียน โดย ททท. จัดวิทยากรช่างภาพมืออาชีพ มาถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชน ได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล ซึ่งบริษัทโอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนกล้องถ่ายรูป นั่นหมายความว่าถ้าสนใจร่วมกิจกรรมแต่ไม่มีกล้อง ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด โดยค่าลงทะเบียนร่วมค่ายอยู่ที่ 5,500 บาท/คน

ทีมงานสะดุดตาได้ไปตามติดดูเหล่าเยาวชนคนเก่ง ว่าจะถ่ายทอดเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติแสลงหลวง หรือ'ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย' ออกมาผ่านภาพถ่ายได้ดีแค่ไหน






อุทยานแห่งชาติแสลงหลวง อยู่ในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่พักมีทั้งลานกางเต็นท์และบ้านพัก ซึ่งชาวคณะรวมถึงกลุ่มเยาวชนที่มาร่วมค่าย เข้าใช้ในส่วนของบ้านพัก ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกเกือบครบ มีน้ำและไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชม. แต่ไม่มีพัดลม และปีนี้อากาศร้อนมากกว่าปกติ ทำให้ห้องพักอบอ้าวพอสมควร

ค่ายครั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 24 คน กลุ่มที่เอากล้องมาเองมีทั้งประเภท DSLR และ Compact ใครที่ไม่มีกล้องหรือไม่ได้เอามา ทางโอลิมปัสก็จัดกล้องดิจิตอลชนิด Compact ไว้ให้ใช้ มีการแบ่งกลุ่มน้องๆออกเป็น 4 กลุ่มตามชนิดและประเภทของกล้อง กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ใช้กล้อง DSLR ส่วนอีก 3 กลุ่มที่เหลือเป็นกล้องดิจิตอล compact ที่แบ่งย่อยอีกทีด้วยยี่ห้อของกล้อง (เพื่อให้คล่องตัวในการสอน เพราะ Function การทำงานของแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันเล็กน้อย)

การสอนจะแบ่งเป็น 4 ฐานหลักๆ ซึ่งจำแนกตามประเภทของภาพถ่ายดังนี้
1. ภาพถ่าย Portrait
2. ภาพถ่าย Action
3. ภาพถ่าย Macro
4. ภาพถ่าย Landscape

ในแต่ละฐานจะมีวิทยากรช่างภาพมืออาชีพ ที่เชี่ยวชาญคอยสอน และแนะนำน้องๆอย่างเต็มที่ ซึ่งเด็กๆทุกคนต่างสนุกสนานไปกับการถ่ายภาพประเภทต่างๆ แต่ก็แฝงความตั้งใจเป็นพิเศษ เพราะในวันสุดท้ายจะมีการคัดเลือกภาพถ่าย จากฝีมือน้องๆที่คณะกรรมการเห็นว่าดีที่สุด เพื่อทำการมอบรางวัล เท่าที่เห็นนี่ไม่มีใครยอมใครแน่ ซึ่งในตอนค่ำจะมีการนำภาพถ่ายของน้องๆ แต่ละคนมาฉายขึ้นจอโปรเจ็คเตอร์ ให้วิทยากรได้ทำหน้าที่เป็น Commentator ให้คำวิจารณ์และคำแนะนำ เพื่อให้น้องๆรู้จุดบกพร่อง และปรับปรุงแก้ไขการถ่ายภาพ ในวันรุ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมนอกเหนือจากการถ่ายภาพ ที่ดูจะสร้างความสนุกสนาน และความประทับใจให้น้องๆได้ไม่น้อย ก็คืออาหารมื้อเย็นที่แต่ละกลุ่มต้องหุงข้าวและทำอาหารกันเอง โดยมีครูพี่เลี้ยงคอยช่วย ซึ่งแม้ทางทีมงาน ททท. จะแอบเตรียมกับข้าวไว้กันเหนียวเผื่อให้น้องๆแล้ว แต่สุดท้ายทุกกลุ่มก็เต็มใจที่จะทานอาหารฝีมือตัวเองดีกว่า ก็อุตส่าห์ช่วยกันมาขนาดนี้แล้วนี่นา และฝีมือแต่ละกลุ่มก็ไม่ได้ขี้เหร่เลย



เสร็จจากมื้อเย็น และทุกคนอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลานำภาพของน้องๆมาให้ Commentator ได้วิจารณ์และแนะนำ เห็นฝีมือของแต่ละคนแล้วต้องบอกว่าไม่เบาจริงๆ ไอเดียบรรเจิดอยู่หลายภาพเลย ทั้งสร้างความทึ่งและเรียกเสียงหัวเราะไปได้พร้อมๆกัน

วันที่ 7 เมษายน หรือวันที่สามของค่ายทางคณะพาน้องๆเยาวชนเดินทางไปที่ตำบลหนองแม่นา โดยมี 'กลุ่มชุมชนคนรักษ์ป่า' ซึ่งเป็นชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ปี พ.ศ. 2550 คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม"พายเรือท่องป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด" ที่น้องๆจะได้นั่งเรือไป 'แก่งบางระจัน' ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ และยาวประมาณ 300 เมตร อยู่บริเวณลำน้ำเข็กติดกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยหนองแม่นา เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่หลากหลายมีพืชพรรณ สัตว์ป่านานาชนิด หอยก้นตัด, ปลาท้องถิ่น, ผีเสื้อพันธุ์หายากมากมาย





นอกจากนี้แก่งบางระจันยังเป็นแหล่งอาศัยของ แมงกะพรุนน้ำจืด ที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย จะมีให้พบเห็นแค่ปีละหนึ่งครั้ง ช่วงเดือนนกุมภาพันธ์ – เมษายน แมงกะพรุนน้ำจืดจะพบใน 6 ประเทศ คือ อเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, รัสเซีย และ ไทย


แมงกะพรุนน้ำจืด ที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย

ที่แก่งบางระจันมีผีเสื้อเยอะมากจริงๆ และดูเหมือนจะไม่ตื่นกลัวคนเลย ทำให้น้องๆได้เอากล้องไปถ่ายจ่อใกล้ๆโดยที่ไม่บินหนีไปไหน (หลายคนต้องงัดวิชาการถ่ายภาพ Macro มาใช้กันยกใหญ่) ผีเสื้อเยอะมากจนน้องๆแต่ละคนสามารถเลือกมุมส่วนตัวกันเอง ไม่ต้องมารุมกันถ่าย ส่วนแมงกะพรุนน้ำจืดนี่มีน้อยหน่อย เห็นไม่เกิน 5 ตัว เลยต้องต่อคิวกันถ่าย แถมแมงกะพรุนน้ำจืดที่เราเจอนี่มีขนาดไม่เกินเหรียญสลึง หรือประมาณ 1.5 เซนติเมตร เลยเก็บภาพกันได้ยากหน่อย ( แมงกะพรุนน้ำจืดที่เจริญเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 25 เซนติเมตร)




ตอนเย็นของวันสุดท้ายที่จะค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เจ้าหน้าที่อุทยานได้พาพวกเราสื่อมวลชน ไปชมดวงอาทิตย์ตกที่บริเวณทุ่งนางพญา ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีทุ่งหญ้าสะวันนากว้างขวางสมบูรณ์ที่สุด อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.8 (หนองแม่นา) ประมาณ 14 กิโลเมตร ขึ้นรถกระบะตุเลงๆกันไป ทางไปมันค่อนข้างจะสมบุกสมบันไม่น้อย เมื่อไปถึงทุ่งนางพญาเราก็ต้องผิดหวัง เพราะเมื่อคืนดันเกิดไฟป่าขึ้นซะนี่ ทุ่งหญ้าที่สวยสมบูรณ์เหล่านั้นจึงไหม้เกรียมโล่งเตียนไปเลย แถมไปถึงนี่แสงก็ใกล้หมดเต็มที ทำให้เก็บภาพทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทยมาได้ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ แต่ยังดีที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ตกสวยๆ ก็นับว่าไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว

 ทุ่งนางพญา




เช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นวันสุดท้ายของค่ายนี้แล้ว หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ถึงเวลาของการแสดงผลงานภาพถ่ายของน้องๆ เพื่อจะให้คณะกรรมการได้เดินดูเพื่อให้คะแนน สังเกตได้ว่าน้องๆเยาวชนดูมีความสุขที่ได้เห็นผลงานของตัวเอง พิมพ์ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ก็คงเหมือนความรู้สึกของช่างภาพ ที่ได้เห็นผลงานของตนเองตีพิมพ์ในสื่อต่างๆ ได้คุยกับน้อง'กัน' เด็ก ม.3 ซึ่งถูกน้องสาวชวนมาค่ายครั้งนี้เป็นครั้งแรก และน้องกันก็ไม่ได้มีกล้องส่วนตัว แต่มายืมกล้องที่ทางโอลิมปัสจัดให้ ถามน้องกันว่าจากการมาค่ายครั้งนี้ มีความรู้สึกยังไงกับการถ่ายภาพบ้าง น้องกันตอบว่า "รู้สึกอยากมีกล้องเป็นของตัวเองมั่งครับ ..ได้ถ่ายเอง สนุกๆ" ซึ่งคำตอบของน้องกันก็ดูจะสัมพันธ์กันดี กับชื่อภาพของน้องกันที่ตั้งชื่อว่า "ชอบถ่ายภาพจริงๆเลย" ซึ่งภาพนั้นก็ได้รางวัลชมเชยไปด้วย



สุดท้ายแล้วผลงานที่ได้รางวัลอันดับหนึ่งนั้น มี 2 ภาพที่ได้คะแนนเสมอกัน คือภาพชื่อ "เพื่อนตัวน้อย" ผลงานของน้องภู ดช.ภูไพร ชลธารอุดมลาภ เด็ก ม.1 รร.วัดสุทธิวราราม. โดยน้องภูบอกว่า “ปกติผมชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว อยากมาหาความรู้เพิ่มเติมที่นี่ครับ.. และมาที่นี่ยังได้เพื่อนใหม่ ได้มาเที่ยวในที่ใหม่ๆ ได้บรรยากาศใหม่ๆ ได้ความรู้สึกใหม่ๆ ได้มุมมองใหม่ๆ” และภาพถ่ายที่ได้รางวัลอันดับหนึ่งเช่นกันคือภาพถ่ายชื่อ "สนุกกับการถ่ายภาพ" ผลงานของน้องนนท์ ดช.ชญานนท์ อมรางกูล เด็ก ป.6 รร.ธำรงวัฒนาพัฒนาเยาวชน น้องนนท์บอกพวกเราว่า “มาครั้งแรกครับ...คุณแม่ชักชวนมาค่ายนี้ และตัวผมก็อยากจะถ่ายรูปให้ได้สวยๆ ก็เลยมาครับ” นอกจากเรื่องถ่ายภาพแล้วเราถามน้องนนท์ว่า เห็นอะไรจากธรรมชาติของที่นี่ซึ่งตัวเขาถ่ายออกมาอีกบ้าง น้องนนท์ตอบว่า “ความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ก็ยังเหลืออยู่มาก ก็อยากให้ช่วยกันรักษาที่นี่ให้คงสภาพนี้เอาไว้นานๆครับ”




สิ่งที่น่าสนใจก็คือน้องภูนั้นใช้กล้องดิจิตอล DSLR (กล้องโปรฯ) ส่วนน้องนนท์นั้นใช้กล้องดิจิตอล compact ทั่วไป. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญกว่าอุปกรณ์ ก็คือมุมมองและไอเดียของคนถ่ายภาพนั่นเอง

สะดุดตาขอเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ททท. และพันธมิตรผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จัดกิจกรรมดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนอย่างนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ เพราะได้ทั้งความรู้ในเชิงทักษะ และยังได้รับการปลูกฝังความเข้าใจ ในการท่องเที่ยวอย่างถูกวิธีอีกด้วย.

บทความโดย: นที สโมสร
จังหวัด: 
คำที่เกี่ยวข้อง keywords: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel