งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2558

สถานที่จัดงาน: 
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย
วันงานเริ่ม: 
วันงานวันสุดท้าย: 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย เชิญชวนนักท่องเที่ยว มาร่วมพลิกฟื้นประเพณี “เผาเทียน เล่นไฟ”  ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ในระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2558 นี้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย ร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันเก่าก่อน ดังข้อความตอนหนึ่งที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งกล่าวไว้ว่า..... 

คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้าท่วยปั่ว ท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ฝูงทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษากรานกฐิน เดือนณื่งจิ่งแล้ว เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่ง หมอนโนน บริพานกฐินโอยทานแล่ปีแล้ญิบล้าน ไปสูดญัติกฐินถึงอรัญญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียงเรียงกันแต่อรัญญิกพู้นเท้าหัวลาน ดงบงคงกลองด้วยเสียงพาดเสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน เมืองสุโขทัยนี้  มีสี่ปากประตูหลวง เที้ยรเสียดกันเข้ามาดู ท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ  เมืองสุโขทัยนี้  มีดั่งจักแตก...”



ในสมัยสุโขทัย เมื่อ 700 ปีก่อน พิธีเผาเทียน หรือ การจุดถ้วยเทียนบูชา เพื่อทำความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบูชาสิ่งที่ควรเคารพ เช่น การกราบไหว้พระรัตนตรัย การบูชาพระแม่คงคา เป็นต้น ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีกระแสไฟฟ้าส่องสว่าง จึงต้องอาศัย “ตะคัน” หรือ ถ้วยเทียนบูชา เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ตะคัน เป็นภาชนะดินเผา มีลักษณะเหมือนถ้วยตะไล บรรจุขี้ผึ้งไขเปรียง มีไส้เชื้อเพลิง เมื่อจุดแล้วมีแสงสว่าง คนโบราณจึงเรียกว่า “เผาเทียน” เมื่อจุดเสร็จแล้วจึงนำไปวางตามฐานหรือระเบียงโบสถ์  วิหาร  เจดีย์ เกิดเป็นแสงระยิบระยับนับร้อยนับพันถือเป็นบุญกุศลที่เกิดจากกการร่วมแรงร่วมศรัทธา และในปี 2558 นี้ทางจังหวัดสุโขทัย ได้กำหนดพิธีเผาเทียนขึ้น ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมนี้ให้อยู่คู่กับงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ ของจังหวัดสุโขทัย สืบไป 

ประเพณีลอยกระทงนั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื้อกันว่า สืบทอดกันมายาวนาน โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เรียกปะเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียง” หรือการลอยพระประทีป โดยตอนหนึ่งของหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ พระสนมเอกของพระร่วงเจ้า ความว่า “พอถึงการพระราชพิธีจองเปรียงในวันเพ็ญเดือน 12 เป็นนักขัตฤกษ์ชักโคมลอยบรรดา ประชาชนชายหญิง ต่างตกแต่งโคมชักโคมแขวนลอย ทุกตระกูลทั่วทั้งพระนคร แล้วก็ชวนกันเล่นมหรสพสิ้น สามราตรีเป็นเยี่ยงอย่าง แต่บรรดาข้าเฝ้าฝ่ายราชบุรุษนั้น ต่างทำโคมประเทียบบริวารวิจิตร ด้วยลวดลายวาดเขียน เป็นรูปสัณฐานต่างๆ ประกวดกันมาชักมาแขวนเป็นระเบียบเรียบราบ ตามแนวโคมชัยเสาระหง ตรงหน้าพระที่นั่งชลพิมาน ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระราชอุทิศสักการพระมหาเกศธาตุจุฬามณีใน ชั้นดาวดึงส์” 

“โคมชัก โคมแขวน” หมายถึง เครื่องครอบหรือเครื่องบังลมไม่ให้ไฟดับ และใช้ผูกกับยอดเสา หรือที่สูง และสามารถเคลื่อนไหวตามแรงลมได้ ประดิษฐ์เพื่อเป็นพุทธบูชา ด้วยการนำเอาเมล็ดพันธุ์พืชเม็ดเล็กๆ เม็ดมะกล่ำตาหนู,ข้าวฟ่างสีส้ม ขาว เหลือง ดำ, ข้าวเปลือกนก,งาขาว ดำ แดง เทา ถั่วเขียว, เข็มหมุด เมล็ดผักกาด, เมล็ดข้าวเหนียว,เมล็ดผักชี,เปลือกไข่,เปลือกไหม,ใบลาน,ดอกตะแบก,ดอกบานไม่รู้โรย,ทราย,เชือก, ผักตบชวา,ไหมญี่ปุ่นดวงไฟ,กระดาษแข็ง,ไม้ไผ่,ไม้อัด,กระดาษสา,เชือก,เส้นด้าย,มาแต่งแต้ม ประดิษฐ์ ประดอย ให้เกิดเป็นตัวโคมชักโคมแขวน  ซึ่งผลงานในแต่ละชิ้นสามารถสื่อได้ถึงความประณีต ความละเอียดลออ ความอดทนและความพยายามสมกับความวิจิตรงดงามแห่งหัตถศิลป์เมืองสุโขทัย 

ดังนี้แล้ว ในช่วงงานประเพณีลอยกระทง จึงได้มีการจัดทำโคมชัก โคมแขวนขึ้น และ นำมาประดับตกแต่งอย่างงดงาม ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสวารีย์พ่อขุน  รามคำแหงมหาราช เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตามตั้งแต่ครั้งโบราณ มาร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีโบราณเหล่านี้ด้วยกัน ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย 21-25 พฤศจิกายน 2558 นี้ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย
แผนที่ Google map แสดงที่ตั้งของงาน: 
หมวดหมู่ Event: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel