อพท. ดึงแนวร่วมในเอเชีย หนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในระดับภูมิภาค

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงาน Asian Ecotourism Network หรือ AEN ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณสำนักงานใหญ่ของ อพท. กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งได้ลงนามหนังสือร่วมสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่ม AEN

โดยในพิธีเปิดมีสักขีพยานจากสมาชิกกลุ่มผู้ก่อตั้ง AEN และผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์จากนานาชาติเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ Mr. Masaru Takayama ประธานกลุ่ม Ecolodge จากประเทศญี่ปุ่น Dr. Rajashree Ajith ผู้อำนวยการสถาบัน Kerala Institute of Tourism and Travel Studies (KITTS) จากประเทศอินเดีย ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธาน UNWTO Affiliate Member ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และ Mr. Albert Teo ผู้อำนวยการ Borneo Eco Tours & Sukau Rainforest Lodge ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น



หลังจากพิธีเปิด พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ได้กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในระดับภูมิภาคว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หรือที่เรียกว่า Ecotourism นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่พิเศษที่ อพท. รับผิดชอบอยู่ การที่ อพท. เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง AEN และประกาศความเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของเอเชีย โดยสามารถดึงกลุ่ม AEN เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำเข้าองค์ความรู้และวิธีการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในระดับนานาชาติมาพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษและสามารถขยายผลต่อไปในระดับประเทศ ในขณะเดียวกัน อพท. เองก็จะสามารถเผยแพร่ผลงานและความสำเร็จของ อพท. ให้กับเครือข่ายในระดับนานาชาติผ่านกลุ่ม AEN นี้เช่นกัน

AEN เป็นการรวมกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนนำเที่ยว ผู้ประกอบการ NGO สถาบันการศึกษา และนักวิชาการ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจาก 17 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจในเอเชียเข้าร่วมกับกลุ่ม AEN ได้แก่ ประเทศไทย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ศรีลังกา ลาว เกาหลีใต้ บังคลาเทศ ปากีสถาน ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย อินโดนีเซีย ภูฏาน อินเดีย เนปาล ฮ่องกง และไทเป และกำลังขยายฐานสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในเอเชียในการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ฐานข้อมูล และเครื่องมือการพัฒนาการท่องเที่ยว ระหว่างกันในกลุ่มเครือข่าย

ปัจจุบัน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO ได้รายงานใน Tourism in the Green Economy: Background Report ปี 2012 ว่าในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิต นั้นจะเติบโตอย่างรวดเร็วและจะสร้างรายได้แซงการท่องเที่ยวกระแสหลัก ส่วน The International Ecotourism Society หรือ TIES ซึ่งเป็นสมาคมด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ระดับนานาชาติที่ได้รับการเชื่อถือก็ได้ทำนายไว้ว่าภายใน 6 ปี การท่องเที่ยวในรูปแบบนี้จะเติบโตขึ้น 25% และจะสามารถทำเงินราว 4.7 แสนล้านเหรียญฯ ต่อปี

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค ได้ทิ้งท้ายว่า Ecotourism นั้นไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวที่อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังหมายถึงการท่องเที่ยวที่รักษา และเชิดชูคุณค่าแหล่งท่องเที่ยว ทั้งในแง่เศรษฐกิจคือการกระจายรายได้ให้ชุมชน และด้านสังคมคือการรักษาเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชนแหล่งท่องเที่ยว 

“ให้ลบภาพในหัวที่ว่า Ecotourism คือการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว Backpack อยู่ถูกๆ ใช้เงินน้อยๆ เดินอยู่ในป่า เพราะปัจจุบันการท่องเที่ยวแขนงนี้กำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักและกำลังทำเงินมหาศาลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่ง อพท. เองก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวในกระแสนี้ในพื้นที่พิเศษเพื่อรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Tourism และการท่องเที่ยวด้านอาหาร หรือ Gastronomy Tourism  อพท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการที่ได้กลุ่ม AEN มาเป็นภาคีร่วมงานในระดับนานาชาติ จะเป็นการยกระดับการทำงานและพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Ecotourism ในพื้นที่พิเศษของ อพท. เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป”
ประเภทบทความ: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel