เที่ยวกาญจนบุรี ชมงานศิลป์ ศึกษาหาชีวิตพอเพียง

ทริปนี้สะดุดตาจะพาไปเที่ยว พาไปเรียนรู้ พาไปสัมผัสสุนทรีย์แห่งศิลปะกันที่จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ ทริปนี้เราเดินทางไปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลางค่ะ  นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่ฮอตฮิต อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตกต่างๆ  ขี่ช้าง ล่องแพแล้ว  ทริปนี้อยากแนะนำสถานที่ที่ช่างเหมาะสมกับยุคสมัยที่โลกของเรากำลังเจอกับปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ การปรับตัวที่จะอยู่ให้ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง

ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม อ.ท่ามะขาม จ.กาญจนบุรี  ที่นี่เป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การถ่ายทอดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเปิดให้แก่บุคคลทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงานได้ด้วย วิทยากรพาเราไปเดินดูฐานเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งก็มีอยู่หลายฐาน เช่น ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานน้ำยาเอนกประสงค์  ฐานก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ 

     สิ่งที่สะดุดตาเห็นจะเป็นผลฟักข้าวนี่แหละค่ะ ฟักข้าวเป็นพืชตะกูลเดียวกับแตงกวา มะระ เป็นไม้เลื้อย ผลอ่อนจะมีสีเขียวปนเหลือง เมื่อแก่แล้วจะมีสีแดง มีประโยชน์มาก มีงานวิจัยบางงานวิจัยบอกว่าช่วยยั้บยั้งเซลล์มะเร็ง  นิยมนำไปทำเป็นเครื่องดื่มผสมกับน้ำเสาวรส รสชาติดีค่ะ ที่นี่ปลูกไว้เยอะค่ะ บางต้นสูงเท่าต้นขนุนเลยก็มี นอกจากเอาไปทำเครื่องดื่มแล้วยังนำไปผสมพวกเครื่องสำอางต่างๆด้วย 


ภาพลุกฟักข้าวตอนที่มันสุกแล้ว ใหญ่มากเลยล่ะ


นี้ก็น้ำฟักข้าว ราคาถูกมาก จากที่ประเทศในแถบตะวันตกกำลังนิยม ขายกันขวดล่ะเป็นพันขึ้น


ป้าหยิบต้นไม้มาสอนเราได้ทุกต้นเลยแฮะ ที่เห็นนี้ก็ "กัญชาป่า" เรียกเสียงฮือฮาได้มากจริง

วิทยากรพาเราเดินชมภายในศูนย์ฯ มีการเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา เลี้ยงกระบือ มีการผลิตก็าซธรรมชาติไว้ใช้เองสำหรับการทำอาหารไม่ต้องไปสั่งซื้อจากร้านค้าเลย  โดยการนำเศษผักเศษอาหารมาหมักในถังใหญ่และต่อท่อมายังเตาไฟใช้ประกอบอาหาร ซึ่งไม่แตกต่างจากการใช้ก๊าซที่ซื้อมาเลย  มาที่นี่แล้วทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะอยู่แบบนี้บ้างจริงๆ ทั้งอาหารการกิน ของใช้ต่างๆก็สามารถผลิตหรือปลูกขึ้นมาใช้ได้เอง มั่นใจได้ 100% ว่าไม่มีสารพิษ  ถ้าใครสนใจจะไปศึกษาดูงานละก็ติดต่อไปได้ที่ศูนย์ฯ เลยค่ะ ทางวิทยากรยินดีที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป 

ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม
213 หมู่2 ซอยพัฒนา1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
ติดต่อประสานงาน : 081 8572500, โทรสาร 034 624 281
E-mail: asara_a1@hotmail.com


      นอกจากไปเรียนรู้วิถีเกษตรแล้ว ทริปนี้จะพาไปชมผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ อ.ประเทือง เอมเจริญ  ที่นี่มีชื่อว่า หอศิลป์เอมเจริญ ที่หอศิป์แห่งนี้เป็นที่สำหรับเก็บผลงานจิตรกรรมของอาจารย์ประเทือง แฟนของอาจารย์ได้เล่าให้เราฟังว่า ได้มาเที่ยวที่นี่และพักอยู่รีสอร์ทใกล้ๆกับที่ที่สร้างหอศิลป์แห่งนี้ อาจารย์ได้เดินเล่นมาเรื่อยๆจนมาเจอที่ตรงนี้และสนใจอยากจะสร้างหอศิลป์จึงซื้อที่และค่อยๆสร้างอาคารต่างๆ นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจไม่ค่อยรู้จัก  มากนัก ที่นี่นอกจากจะเป็นที่แสดงผลงานศิลปะแล้วยังเปิดเป็นห้องเรียนศิลปะสำหรับเด็กๆ อีกด้วย   มีทั้งหลักสูตรการวาด การระบายสี การพิมพ์ภาพ การปั้น  โดยส่วนตัวแล้ววาดรูปไม่เป็นค่ะ แต่ก็ชอบดู สวยดี ดูแล้วก็เพลินดีค่ะ ภาพของอาจารย์บางส่วนมีทั้งภาพวาดแนวการเมือง ธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ หรือในต่างประเทศที่อาจารย์เคยไปมา

       ด้านหน้าหอศิลป์ถูกประดับประติมากรรมด้วยเมล็ดข้าว 7 สี(ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง) เนื่องด้วยอาจารย์ชอบเมล็ดข้าวมากเป็นพิเศษ  วันที่เราไปโชคดีที่ได้พบกับอาจารย์ประเทืองด้วย ได้พูดคุยกับอาจารย์และได้เห็นกิจกรรมยามว่างของศิลปินนั่นก็คือการวาดภาพ เลยขออนุญาติอาจารย์เก็บภาพมาฝากค่ะ


ภาพนี้ใหญ่มาก


ภายในอาคารวงกลม มีภาพเขียนมากมาย


ด้านหน้าหอศิลป์ถูกประดับประติมากรรมด้วยเมล็ดข้าว 7 สี


งานเขียนแนวธรรมชาติ สีสันสดสวยมาก

        หอศิลป์เอมเจริญ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง  อาคารวงกลม เป็นอาคารแสดงนิทรรศการหลังแรกของอาจารย์ หน้าอาคารมีประติมากรรมวงกลมซึ่งแสดงความหมายถึงจักรวาล อาคารหลังนี้ใช้แสดงนิทรรศการศิลปกรรม ผลงานจิตรกรรมถาวรของอาจารย์ประเทือง ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ  เช่น ธรรม-อธรรม ตำนานแผ่นดิน ภาพที่เกี่ยวกับการเมืองก็อยู่ที่อาคารหลังนี้แหละค่ะ นอกจากนั้นอาคารหลังนี้ยังเป็นอาคารจำหน่ายสินค้าที่ระลึกด้วย  อีกอาคารคือ อาคารสามเหลี่ยม  เป็นอาคารแสดงนิทรรศกาลหมุนเวียน ที่อาคารหลังนี้ใครที่ชอบสะสมภาพวาดก็สามารถซื้อกลับได้  อาคารหลังสุดท้ายคือ อาคารโดม หรืออาคารริมน้ำ เป็นอาคารสำหรับทำกิจกรรมศิลปะและเปิดสอนศิลปะ  ด้านบนเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำแม่กลองและภูมิทัศน์โดยรอบของหอศิลป์เอมเจริญ  หอศิลป์แห่งนี้สามารถเข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมค่ะ แต่ถ้าใครอยากให้กำลังใจและช่วยดูแลหอศิลป์แห่งนี้ก็สามารถช่วยซื้อสินค้าที่ระลึกหรือบริจาคได้

นอกจากอาคารทั้ง 3 หลังแล้ว ที่นี่ยังเป็นอีกแห่งที่มีบ้านศิลปินแห่งชาติ ที่เคยใช้เป็นสตูดิโอวาดภาพและบ้านพักของอาจารย์ประเทืองด้วย  บ้านศิลปินแห่งชาตินี้มีทั้งหมด 12 แห่ง ทั่วประเทศ เช่น  บ้านนายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ที่นี่ก็เป็น 1 ใน 12 แห่งที่ทางสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดตั้งให้เป็นบ้านศิลปินแห่งชาติ

ใครสนใจจะมาเที่ยวชม ก็ลองสอบถามตามที่อยู่นี้นะค่ะ 
หอศิลป์เอมเจริญ
25/3 ม.3 ตำบลพังตรุ อ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี 71120
โทร. 034 658 048, 086 813 9616
facebook/pratuang emjaroen
เปิดทำการ วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel