เที่ยวเมืองกาญ สวรรค์หน้าร้อนนอนแช่น้ำ

ไปกาญจนบุรีมาครับ ก็ช่วงที่กรุงเทพฯกำลังอากาศดีๆนั้นแหละครับ ทาง ททท.สำนักงานกาญจนบุรี เขาก็กำลังจัดกิจกรรมดปรโมทดีๆ น่าสนใจ เกี่ยวกับ “เที่ยวเมืองกาญ สวรรค์หน้าร้อนนอนแช่น้ำ” ขึ้นมา ...ก็แหม พออากาศหนาวขึ้นมาอีก เราก็ชักสนใจ เพราะว่าจะไปแช่น้ำร้อนกันที่ “พุน้ำร้อนหินดาด” ด้วยนะซิครับ แล้วก็ยัง นอนริมเขื่อนศรีนครินทร์ ที่เขาว่า วิวน้องๆมัลดีฟเลยนะครับ จากนั้นยังไปล่องเรือเที่ยวเขื่อนอันกว้างใหญ่ มุ่งหน้าสู่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อันนี้จะได้ไปนอนแช่น้ำตกสวย น้ำตกนี้สวยระดับชาติครับ เข้าถึงยากแต่เมื่อมาถึงแล้วสวรรค์ แล้วกลับมาที่ทองผาภูมิ นอนริมลำธารสายน้ำเล็กๆกันที่ห้วยอู่ล่อง นอนแช่ลำธาร หลับในอ้อมกอดธรรมชาติ


 กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่อยู่ห่างจากรุงเทพฯไม่ไกลเลยครับ ร้อยกว่ากิโลเราก็มาถึงกันแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองกาญนี้ ในทัศนคติผม เห็นว่า เหมาะกับทุกสภาพอากาศเลยนะ เพราะมีให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่ ชิวชิว สบายๆ ไปจนถึงขั้น พจญภัยในระดับ ที่คนธรรมดาที่ไม่ผ่านการฝึกขอออกตัวว่าไม่แนะนำก็มีให้เลือกกัน ...แต่สำหรับ หน้าร้อนที่อากาสเปลี่ยนแปลงง่ายแบบนี้ ตัวเลือกของเมืองกาญฯยิ่งดูจะตอยโจทย์ได้ไม่ยาก เพราะถ้าทะเลเที่ยวไม่ได้ ลองมาล่องเรือ รับคลื่นลมกันที่เขื่อนศรีนครินทร์ก็เข้าท่านะ พออากาศหนาว มีน้ำพุร้อนหินดาด ที่อยู่ไม่ไกลนักให้เลือกใช้บริการ หรือว่าถ้ามันร้อนมาก การไปนอนแช่น้ำเที่ยวน้ำตกในทองผาภูมิก็จะช่วยให้เย็นขึ้นอย่างสบาย ...เห็นมั๊ยครับว่า ไมว่าอากาศจะเปลี่ยนอย่างไร ที่นี้ ก็ยังภูมิประเทศมากพอ ที่จะรับให้เเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา คงเพราะเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของประเทศ ธรรมชาติที่สมบูรณ์ของพื้นป่าตะวันตก

น้ำตกเอราวัณ ภาพที่ 118น้ำตกเอราวัณ ภาพที่ 108น้ำตกเอราวัณ ภาพที่ 087



เริ่มการเดินทางของเราด้วยการไปเล่นน้ำในน้ำตกยอดนิยม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมมาเที่ยวกันมากด้วยความล้ำลือถึงความสวยที่เป็นระดับชาติ อย่าง น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยมาก มีทั้งหมด 7ชั้น ผมเองขึ้นมาถึงชั้น 4 ก็เหนื่อยแล้ว ไว้ครั้งหน้าจะพามาให้ถึงชั้น7 สักครั้ง ซึ่งเป็นชั่นที่มีความสวยงามที่สุด กว้างใหญ่ที่สุด และนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมขึ้นไปเล่นน้ำกันมาก เพราะมีคนขึ้นไปไม่มาก ชั้น7 ยังเป็นชั้นน้ำตกที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณอีกด้วย ด้วยว่า สายน้ำที่ไหลลงมาเบื้อล่างมองเห้นคล้ายช้าง3หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของการเรียกชื่อ น้ำตกเอราวัน

ที่น่าสนใจ และประทับใจผมคงจะเป็นที่ชั้น 3 นับเฉพาะที่ผมเดินขึ้นมาเที่ยวชมเพียง 4ชั้นเท่านั้น เพราะชั้น 3 เป็นชั้นที่ ต้องเดินเลี้ยวออกไปนิดนึง เหมือนห้องอีกห้องนึง นักท่องเที่ยวหลายคนเดินผ่านชั้นนี้ไปแบบน่าเสียดาย เพราะดูเป็นส่วนตัวและเป้นเวิ้งกว้าง น้ำใสเขียวสวย บรรยากาศก็ดูเป็นส่วนตัวไม่มีใครมาเดินผ่านแน่นอน ทุกชั้นยังมีจุดน่าสนใจอีกอย่างตรงบริเวณที่เล่นน้ำตก ทางอุทยานฯเขาทำอุปกรณ์ช่วยชีวิตไว้ด้วย เพื่อมีใครเกิดอุบัติเหตุตะคริวกิน อะไรประมาณนี้โยนห่วงยางฉุกเฉินนี้ลงไปช่วยได้ทันที อันนี้ชอบมากรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเลย



ลืมบอกไปว่าผมใช้วิธีเดินเที่ยวแบบขึ้นไปชั้นบนสุด เท่าที่เวลาจะอำนวยก่อน แล้วค่อยไล่เรียงลงมาชั้นล่างๆ จนถึงชั้นสุดท้ายก็กลับ เพราะการขึ้นไปถึงชั้นบนนั้นเหนื่อยมาก ต้องปีนเขาขึ้นไปเรื่อยๆ ชั้นเจ็ดนั้นระยะทาง ประมาณ 1,500 เมตร ต้องใช้เวลา เป็นชั่วโมงครับ กับการเดินขึ้น นับรวมแล้วแค่เดินไปกลับ ก็ต้องมีสัก 3ชั่วโมงล่ะ แต่ผมมีน้อยกว่านั้น เอาแค่ชั้น 4พอล่ะ แล้วเที่ยวลงมาเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักเล่นน้ำ พอถึงชั้นล่างก็ไม่เหนื่อยลุยต่อได้เลย

นอนแช่น้ำตกกันแล้ว ไปเล่นน้ำเขื่อนกันดีกว่าครับ แต่ก่อนที่เราจะเข้าที่พัก ไปแวะชมสันเขื่อนกันหน่อย เพราะอยู่ใกล้กับเอราวัณ ชนิดติดๆกันเลย วันที่เดินทางไปถึง ได้ยินข่าวแว้วว่า เขื่อนจะแตกมั๊ย หลังแผ่นดินไหวที่พม่า อันนี้ก็ไปลองยืนสัมผัสเอาความรู้กันนิดนึง ว่ามันมีโอกาสมั๊ย ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนดินที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแผ่นดินไหวได้ 7.0 ริกเตอร์ ฉะนั้นนับว่าวันนี้ยังแข็งแรงมั่นคงดี แต่ความสวยงามใหญ่โตของมันนี้ซิครับ สวยจริงยิ่งช่วงเย็นๆด้วยแล้วล่ะก็ สวยมาก ความใหญ่โตก็อย่างกับมาเที่ยวทะเลเลยล่ะ พรุ่งนี้จะได้ออกเรือ ไปเที่ยว...ชิวมาก อย่างกับท่องทะเลอยู่อย่างนั้นเลย มีเกาะน้อยใหญ่ คลื่นลม นอนชิวมากบนดาดฟ้าเรือ

เขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 08เขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 05เขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 10

ตกเย็นขอเข้าที่พักก่อนครับ เลคเฮฟเว่นรีสอร์ท คือค่ำคืนแรกของการเดินทางมาพักผ่อน ขอแบบสบายๆกันก่อน มานอนท่ามกลางวิวที่เขาล่ำลือกันว่า น้องๆ มัลดีฟทีเดียว นอนบนแพริมเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่ง เลคเฮฟเว่นรีสอร์ทตั้งอยู่ที่ อำเภอท่ากระดาน แพพักที่นี่เป็นไม้ทำอย่างดี ห้องน้ำOK มาก มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นหลายอย่าง แต่ที่ผมสนใจและให้คะแนนไปเลยคง เป็นวิว ณ จุดนี้ สวยมาก ถ่ายรูปมาแล้วสวยจัง

เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท ภาพที่ 75เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท ภาพที่ 79เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท ภาพที่ 61

เมื่อยามเช้ามาถึง เราก็ออกเดินทางไปเที่ยวกันด้วยเรือลำใหญ่ แบบที่ใช้ล่องทะเลกันเลย เพื่อจะล่องเรือเที่ยวไปยังจุดต่างๆของเขื่อนศรีนครินทร์ มุ่งตรงไปยังน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ การเดินทางด้วยเรือใหญ่ใช้เวลา ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนมีเพื่อนเยอะ เพราะคุ้มค่า แต่หากมาน้อยลองใช้สปีดโบ๊ทก็ได้ แต่แพงกว่ามาก หรือจะขับเจ็ทสกีไปเองก็มีคนเช่ากันไปนะ ชั่วโมงล่ะ ประมาณ 1,600 บาท ส่วนค่าเช่าเรือใหญ่นี้ ลองติดต่อเรือที่พวกเราใช้บริการดูครับ มาหลายคนราคาก็จะลดลงไป เรือเกศสยามนาวา ที่เราใช้บริการนี้ลำใหญ่ครับ รองรับได้หลายสิบคนสบายๆ มาสัก20คน หารเฉลี่ยแล้วก็ คนล่ะพันกว่าบาทเท่านั้นเอง มีอาหารให้อีก 5มื้อ เที่ยวทั้งวัน มาสัก 50คน เหลือคนล่ะไม่ถึงพัน ยิ่งถูก

ล่องเรือเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 067ล่องเรือเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 038ล่องเรือเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ ภาพที่ 023

เรือเกศสยามนาวา ติดต่คุณ ปรางค์ทอง แดงอร่าม (ก้อย) 081 8282193 , 089 7429478, 034 696089 หรือ ที่ www.kadsiamnava.com

กว่าจะมาถึงน้ำตกห้วยขมิ้น ก็ใช่เวลามากพอสมควร เพราะเราออกจาก  เลคเฮฟเว่นรีสอร์ท ประมาณ 8 โมงเช้า ไปถึงเกือบ11โมง มีเลทบ้างอะไรบ้าง ก็เลยเลยเวลากันไปหน่อย แต่ระหว่างทางการล่องเรือ ก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ แถบยุโรปได้เหมือนกัน ด้วยวิวทิวเขาที่สวยงามเหมือนที่เราเคยดูในหนังหลายๆเรื่อง

ผ่านเกาะหินกลมที่ดูเหมือนว่าจะถูกใจสะดุดตาเป็นพิเศษ เพราะคุณก้อยเจ้าของเรือ เอารูปมาให้พวกเราดูว่า สามารถขึ้นไปเที่ยว นอนค้างแรมได้ บนกาะมีหาดทราย และมีหาดหินกลม ที่มีก้อนหินกลมสวยงามมาก วิวสวย เราคงได้ถ่ายรูปอยู่บนเรือเพียงเท่านั้นในทริปนี้ เนื่องจาก เป้าหมายหลักของเราคือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

เมื่อเรือเกศสยามนาวาเข้าเที่ยวท่า ของอุทยานฯ ดูเหมือนว่า เราจะหิวกันมากๆ รีบเดินครับ เมื่อถึงก็ไม่พุดพล่ามทำเพลง ของสั่งก๋วยเตี๋ยวกินกันก่อนจะได้มีแรงเดินเที่ยวน้ำตก แล้วเราก็ใช้สูตรเดิม ขอขึ้นไปชั้นบนสุดก่อน ทาองอุทยานฯพาเราไปที่ชั้น4 ก่อนขับรถพาขึ้นไป ซึ่งเป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวชมวิว กางเต็นท์นอนกันที่บริเวณนี้ และเป็นจุดทางแยกระหว่าง ไปชั้น 5,6,7 กับการเดินลงไปชั้น 3,2,1 แล้วก็ถึงจุดที่เราลงเรือ

เราเริ่มกันที่ชั้น4 แล้วเลือกเดินขึ้นเขา ไปเที่ยวชั้นบนสุดก่อน คือไปทาง ชั้น 5,6,7

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 207น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 206น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 002


น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 033
จากป้ายบอกระยะทาง เราจะพบว่า เลี้ยวไปทางซ้าย
น้ำตกชั้นที่ 5 ระยะทาง 410 ม. ชื่อไหลจนหลง
น้ำตกชั้นที่ 6 ระยะทาง 1,130 ม. ดงผีเสื้อ
น้ำตกชั้นที่ 7 ระยะทาง 1,330 ม. ร่มเกล้า

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 032
หากเลี้ยวไปทางขวา ก็จะ
น้ำตกชั้นที่ 4 ระยะทาง 100 ม. ฉัตรแก้ว
น้ำตกชั้นที่ 3 ระยะทาง 260 ม. วังหน้าผา
น้ำตกชั้นที่ 2 ระยะทาง 760 ม. ม่านขมิ้น
น้ำตกชั้นที่ 1 ระยะทาง 850 ม. ดงว่าน

เอาล่ะไปทางซ้ายขึ้นเขากันก่อน น้ำตกในชั้นที่5 นั้นชื่อว่า ไหลจนหลง ความน่าสนใจ ณ จุดนี้ ดูเหมือนว่า มันจะไม่ค่อยสวยถูกใจนัก แต่ถ้าสังเกตุเราจะเห็นว่าจากชั้นนี้น้ำตกมันไหลลงมาแล้วหายไปเลย คือมันหายไปไหน ดูจากป้ายเขาจะอธิบายให้เราเข้าใจว่า สภาพมันเหมือนมีชั้นน้ำลำธารใต้ดิน และน้ำตกที่เราเห็นมันมีสภาพที่พื้นดินยุบตัวลงไป ทำให้เราเห็นเป็นน้ำตกอย่างที่เห็น


เดินต่อกันไปครับ ชั้นที่ 6 ชั้นนี้สวยมากมีชื่อว่า “ดงผีเสื้อ” เป้นสภาพน้ำตกแบบพานอรามา แนวยาว กว้าง สวยมากมีมุมถ่ายรูปน่าสนใจหลายมุม เราใช้เวลาในการถ่ายรูปจุดนี้นานหน่อย


ภาพ: น้ำตกชั้นที่6 “ดงผีเสื้อ”

ไปที่ชั้นถัดไปห่างออกไปไม่ไกลมากครับสำหรับชั้น7 ที่มีชื่อว่า “ร่มเกล้า” น้ำตกชั้นนี้ เป็นชั้นบนสุดแล้ว   เป็นการเดินเท้าเที่ยวน้ำตกที่ไม่ลำบากมากครับ เพราะแต่ล่ะชั้นที่ห่างกันนั้นเราไม่ต้องไต่เขากันเหมือนที่เอราวัณ แต่ความงามของน้ำตกนั้นระดับชาติครับ หาน้ำตกสวยงามอย่างนี้ไม่มีมากนัก น้ำใสสวยมากทีเดียว เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูน

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 085น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 082

จากนั้นเราเดินย้อนกลับมาทางเดิม เพื่อกลับไปตั้งตนที่จุดกางเต็นท์ จุดชมน้ำตกชั้นที่4 ที่สวยงามและรุปน้ำตกชั้นที่4 นี้เองที่หลายท่านคงได้เห็นตาม โปสการ์ดต่างๆเมื่อเอ่ยถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ่น รูปน้ำตกที่ชั้น 4นี้ก็ลอยมาเลยครับ จากจุดที่เราถ่ายรุปเป้นเหมือนหุบเหวลึก ที่ยุบลงไปเพราะการไหลของน้ำตก ทางอุทานเอาไม้มากันเป็นคอกไว้่ไม่ให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว จากจุดนี้ เราจะเดินลงเขาไล่ระดับไปเรื่อยๆ จากชั้น 4 ไปชั้น 3,2,1 ซึ่งระหว่างทาง กจะมีลำธารชั้นน้ำตกที่ไม่ได้นับเป็นชั้น ที่สวยงามไม่แพ้ชั้นที่ขึ้นป้าย หลายจุดเป็นจุดเล่นน้ำในฝัน เอา 5 ดาวเต็มไปเลย พอเห็นอย่างนี้ ขอบอกเลยว่า ถ้าไม่อยากเดินป่า อยากเล่นน้ำอย่างเดียว แนะนำ น้ำตกชั้น 3,2,1 นี้แหละครับ ตลอดทาง สวยทุดจุด แต่ถ้าเลือกจุดที่ปลอดภัยก็ต้องที่เขาปักป้ายชั้นไว้นั้นแหละครับ เพราะว่าจะมีห่วงยางกู้ภัยไว้ยามฉุกเฉินให้ด้วย



น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ความงามระดับชาติ เป็นจุดเล่นน้ำในฝันเลยครับ ใครไม่เคยมาผมว่า สักครั้งเกิดมาเป็นคนไทยแล้ว ความงามระดับนี้ถือเป็นหน้าตาประเทศ มาเยือนมาชม มาแช่น้ำกันสักครั้งครับ

ลงมาก็กินข้าวเที่ยงพอดีครับ ที่ร้านเดิม นี้ถ้าจะเดินจากชั้นหนึ่งเรื่อยไปถึงชั้นเจ็ดก็ได้นะครับ ระยะทางดูแล้วอย่าท้อนะ การเดินขึ้นเขาอาจเหนื่อยหน่อย แต่พวกผมเดินลงสบายล่ะ

ถ้าเรียงลำดับการเดินขึ้นเขาตามชั้นน้ำตกระยะทางจะประมาณนี้ครับ
  • น้ำตกชั้นที่ 1 ดงว่าน ระยะทาง 300 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ระยะทาง 400 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 3 วังหน้าผา ระยะทาง 660 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 4 ฉัตรเกล้า ระยะทาง 750 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 5 ไหลจนหลง ระยะทาง 1,140 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ระยะทาง 2,070 ม.
  • น้ำตกชั้นที่ 7 ร่มเกล้า ระยะทาง 2,270 ม.
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 102น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 128น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 121
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 115น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 141น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 178
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 176น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 182น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ภาพที่ 185

รวมแล้วเราเดินทางกันหลายกิโลเลยนะครับ นี้เพลินกับความงามจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าเดินไปแล้วมากกว่า 2กิโลเมตร

จากที่เหนื่อยกันมากๆแล้วล่องเรือกลับครับ ทางเก่าไปลงเรือที่ เลคเฮฟเว่นรีอสอร์ท เหมือนเดิมเพื่อขึ้นรถเดินทางไปแช่น้ำกันอีกแบบ ไปนอนท่ามกลางธรรมชาติ ริมลำธารกันบ้าง ที่บ้านห้วยอู่ล่อง รีสอร์ท เจ้าของคือคุณ โจ อูล่อง เจ้าของตำนานการท่องเที่ยวพจญภัย ผู้มาเริ่มต้นชีวิตสร้างรีสอร์ทรักษ์ธรรมชาติแบบนี้เมื่อ 15ปีก่อน ที่ห้วยอูล่องรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทในฝันของนักพจญภัยหลายท่าน ด้วยตั้งอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ ที่มีธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายแห่ง มีน้ำตกที่เข้าถึงยากหลายแห่ง และ มีถ้ำ มีการโรยตัวสำรวจถ้ำ ที่เป็นแพคเกจบริการการท่องเที่ยวของบ้านห้วยอู่ล่อง ซี่งมีให้เลือกพจญภัยกันมากมาย ได้ตลอดทั้งปี เห็นแต่ล่ะแพคเกจแล้วคงต้องบอกว่า ต้องมาบ่อยๆ เพราะแต่ล่ะจุดเข้ายากมาก ใช้เวลา และต้องใช้ความสมบุกมบันมากพอสมควร

บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 01บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 04บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 06
บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 09บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 13บ้านห้วยอูล่อง ภาพที่ 07

แต่ครั้งนี้เอาสบายๆก่อน นอนริมน้ำเล่นน้ำ ในห้วยอู่ล่องนี้แหละ นอนแช่น้ำกันก่อนอาหารเย็นจะมาถึง ซึ่งทางบ้านห้วยอู่ล่องจัดเตรียมไว้รับรองอย่างดี ทั้งอาหารไทยและอาหารเวียดนาม ที่มีอาหารเวียดนาม ก็เพราะคุณโจอู่ล่องมีเชื้อสายมาจากรอบครัวด้วยครับ


ตกดึกพี่โจอู่ล่องก็มาเล่าเรื่องมันส์ของการบุกเบิกการผจญภัย การท่องเที่ยวในแทบอำเภอทองผาภูมิ นี้ตั้งแต่ย้ายมาที่นี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ฟังแล้วก็ท้าทายมากๆ คนจริงเสียงจริง ที่บุกเบิกที่นี้มาด้วยสองมืออย่างแท้จริง

การนอนแช่น้ำกาญจนบุรี คงไม่สมบูรณ์ถ้าเราขาดการแช่น้ำแร่แช่น้ำร้อนที่พุน้ำร้อนหินดาดไป ดังนั้นก่อนกลับ ไปดูแลสุขภาพกันสักหน่อยที่ พุน้ำร้อนหินดาด เป็นทางขากลับจากทองผาภูมิอยู่แล้วครับ ไม่แวะเสียดายแย่เลย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติครับที่นิยมมาแช่น้ำร้อนที่นี้กัน ผมเองเจอป้ากลุ่มหนึ่งที่เล่าให้เราฟังว่ามาแช่กันทุกเดือน สุขภาพดีมาก พร้อมกับโชว์ขาที่เคยผ่าตัดมาให้เราดูว่า การแช่น้ำร้อนนั้นช่วยได้มากจริงๆ ไม่งั้นคงไม่อยู่ถึงเดี๋ยวนี้ พร้อมกับแนะนำผม ด้วยการใช้ กาแฟมาขัดผิวเพื่อสุขภาพด้วยครับ ขัดให้ผมด้วย ลองดูครับ แล้วก็ให้ล่างตัวที่ลำธารน้ำเย็นที่อยู่ข้างๆนี้ก่อน แล้วค่อยลงมาแช่น้ำร้อน ....โอ้....มันทิมแทงครับ สุดยอด แต่สุดท้ายสบายตัวเอบาหวิวเลยกลับบ้าน สุดยอดจริงๆ

พุน้ำร้อนหินดาด ภาพที่ 29พุน้ำร้อนหินดาด ภาพที่ 27พุน้ำร้อนหินดาด ภาพที่ 30


นี้เราได้แช่น้ำในเขื่อน วิวมัลดีฟ แล้วก็ยังได้เล่นน้ำตกสวยระดับประเทศ 2แห่ง คือ เอราวัณ และแม่ห้วยขมิ้น ยังได้ล่องเรือเที่ยวเขื่อน นอนแช่น้ำลำธารใสเย็นที่ห้วยอู่ล่อง และสุดท้ายที่การนอนแช่น้ำร้อนเพื่อสุขภาพ ...เมืองกาญนี้ สุดยอดครับ ทุกสภาวะน้ำ ครบนะทริปนี้ ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วยครับ สำหรับการเดินทางและข้อมูลดีๆมาให้แนะนำกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมที่
การท่องที่ยวแห่งประเทศไทย  สำนักงานกาญจนบุรี
ถนนแสงชูโต ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์. 0 3451 1200, 0 3451 2500
โทรสาร. 0 3451 1200
อีเมลล์ : tatkan@tat.or.th

น้ำตกเอราวัณ
เขื่อนศรีนครินทร์
เลคเฮฟเว่นรีสอร์ท
เรือเกศสยามนาวา
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
บ้านห้วยอู่ล่อง รีสอร์ท
พุน้ำร้อนหินดาด
Clip VDO เที่ยวเมืองกาญ
สวรรค์หน้าร้อนนอนแช่น้ำ
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel